7 สัญญาณที่ HR ต้องจับตา ก่อนจะเสีย “พนักงานที่สำคัญ”

7 สัญญาณที่ HR ต้องจับตา ก่อนจะเสีย “พนักงานที่สำคัญ”

7 สัญญาณที่ HR ต้องจับตา ก่อนจะเสีย “พนักงานที่สำคัญ”

พนักงานกำลังจะลาออกหรือเปล่า?
7 สัญญาณที่ HR ต้องรีบสังเกต ก่อนจะเสีย “คนสำคัญ” ไป

เงินเดือนดี สวัสดิการครบ แต่ทำไมพนักงานยังเลือกเดินออกจากองค์กร? บางครั้งการลาออกไม่ได้เกิดขึ้นในวันที่พนักงานยื่นใบลาออกแต่อาจเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่เขา...เลิกเสนอความคิดเห็น เลิกอยากเรียนรู้ เลิกถามถึงอนาคต และเริ่มรู้สึกว่า “อยู่ที่ไหนก็ไม่ต่างกัน” HR จะมองเห็นสัญญาณเหล่านี้ก่อนวันที่พนักงานตัดสินใจลาออกได้อย่างไร?

🔎 7 สัญญาณที่ HR ไม่ควรมองข้าม

7 สัญญาณที่ HR ไม่ควรมองข้าม

01 | ไม่เห็นอนาคตของตัวเอง

พนักงานเก่งไม่ได้มองแค่เงินเดือนวันนี้ แต่เขามักมองไปข้างหน้าว่า “ถ้าเราอยู่ที่นี่ต่ออีก 2–3 ปี เราจะไปอยู่ตรงไหน?”

หากพนักงานไม่เห็น Career Path ไม่รู้ว่าต้องพัฒนาทักษะอะไร หรือไม่เห็นโอกาสในการรับผิดชอบงานที่ใหญ่ขึ้น ความรู้สึกจาก “อยากเติบโตที่นี่” อาจค่อย ๆ เปลี่ยนเป็น “ที่อื่นอาจให้โอกาสเรามากกว่า”

💡 HR TIP สร้าง Career Path ให้พนักงานเห็นภาพ และพูดคุยเรื่องเป้าหมายการเติบโตอย่างสม่ำเสมอ

02 | ทำงานหนัก แต่รู้สึกว่าไม่มีใครเห็น

ลองนึกถึงพนักงานที่เคยทุ่มเทให้กับทุกโปรเจกต์ แต่ไม่เคยได้รับคำชมไม่เคยได้รับ Feedback และผลงานดี ๆ ถูกมองว่าเป็น “เรื่องปกติ” วันหนึ่งเขาอาจเริ่มคิดว่า... “ถ้าทำมากกว่านี้ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน งั้นทำเท่าที่จำเป็นก็พอ” นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการลดความทุ่มเทในการทำงาน

💡 HR TIP อย่ารอให้ถึงวันประเมินผลงาน ควรสร้างวัฒนธรรมการ Feedback และ Recognition อย่างต่อเนื่อง

03 | งานยังโอเค...แต่หัวหน้าทำให้ไม่อยากอยู่

พนักงานกำลังลาออกจาก “งาน” หรือกำลังลาออกจาก “หัวหน้า”?

หัวหน้าที่สื่อสารไม่ชัด ไม่รับฟัง ควบคุมทุกเรื่อง ตำหนิลูกน้องต่อหน้าคนอื่น หรือให้ Feedback เฉพาะเวลามีปัญหา อาจทำให้พนักงานรู้สึกว่า “เราไม่อยากทำงานในสภาพแวดล้อมแบบนี้อีกแล้ว” ดังนั้นการพัฒนาหัวหน้างานจึงไม่ควรมีแค่เรื่อง Skill ในการทำงาน แต่ต้องรวมถึง People Management + Communication + Leadership

04 | งานเพิ่มขึ้น แต่คนยังเท่าเดิม

งานเพิ่ม Deadline เพิ่มความรับผิดชอบเพิ่ม แต่...จำนวนคนยังเท่าเดิม ช่วงแรกพนักงานอาจพยายามรับมือ แต่หากเกิดขึ้นต่อเนื่อง อาจกลายเป็น งานล้น → ความเครียดเพิ่ม → พลังลดลง → Engagement ลดลง

สิ่งที่องค์กรควรถามจึงไม่ใช่แค่ “งานเสร็จหรือยัง?” แต่ควรถามด้วยว่า “พนักงานต้องแลกอะไรเพื่อให้งานนั้นเสร็จ?”

05 | เงินเดือนอาจไม่ใช่ทุกอย่าง แต่ “ความไม่เป็นธรรม” สำคัญ

พนักงานอาจไม่ได้ต้องการเงินเดือนสูงที่สุดในตลาด แต่ต้องการรู้สึกว่า “สิ่งที่เราทำได้รับการประเมินอย่างยุติธรรม” ความรู้สึกว่าไม่แฟร์อาจเกิดจากหลายเรื่อง เช่น

  • เกณฑ์ประเมินผลงานไม่ชัดเจน

  • โอกาสเติบโตไม่เท่าเทียม

  • การเลื่อนตำแหน่งไม่มีหลักเกณฑ์ที่เข้าใจได้

  • ผลงานไม่ได้รับการยอมรับ

ดังนั้น HR ควรให้ความสำคัญกับ ความโปร่งใสของระบบ และการสื่อสารให้พนักงานเข้าใจว่าการตัดสินใจต่าง ๆ ใช้หลักเกณฑ์อะไร

06 | ไม่รู้ว่างานของตัวเอง “สำคัญตรงไหน”

ลองถามพนักงานว่า... “งานที่คุณทำวันนี้ ช่วยให้องค์กรไปถึงเป้าหมายอย่างไร? หากคำตอบคือ “ไม่รู้ครับ หัวหน้าสั่งมาก็ทำ” นี่อาจเป็นสัญญาณที่องค์กรควรกลับมาดู

เพราะคนทำงานไม่ได้ต้องการเพียง “มีงานทำ” แต่ต้องการรู้ว่า “สิ่งที่เราทำมีคุณค่า” หัวหน้างานจึงควรสื่อสารให้พนักงานเห็นว่า งานของแต่ละคนเชื่อมโยงกับทีม ลูกค้า และเป้าหมายขององค์กรอย่างไร

🚨 07 | เริ่ม “ถอยออก” จากองค์กร

นี่เป็นสัญญาณที่ควรจับตา พนักงานอาจไม่ได้บอกว่า “ฉันกำลังจะลาออก” แต่พฤติกรรมเริ่มเปลี่ยนไป

  • ไม่ค่อยเสนอความคิดเห็น

  • ไม่สนใจงานใหม่

  • ไม่อยากมีส่วนร่วมกับทีม

  • ทำเฉพาะงานที่ได้รับมอบหมาย

  • ไม่สนใจการพัฒนาตัวเอง

  • เริ่มพูดว่า “ทำไปก็เท่านั้น”

แน่นอนว่า พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าพนักงานกำลังจะลาออกเสมอไป แต่หากเกิดขึ้นต่อเนื่อง... อย่าเพิ่งถามว่า “ทำไมช่วงนี้ทำงานไม่ดี?” ลองเปลี่ยนเป็น “ช่วงนี้มีอะไรที่ทำให้การทำงานของคุณไม่เหมือนเดิมหรือเปล่า?” บางครั้งคำถามที่ดี อาจทำให้ HR เจอสาเหตุที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

🧠 ลองเช็กองค์กรของคุณ คุณกำลังเห็นสัญญาณเหล่านี้หรือไม่?

☐ พนักงานไม่รู้ว่าจะเติบโตไปทางไหน
☐ หัวหน้าให้ Feedback เฉพาะตอนมีปัญหา
☐ งานเพิ่มขึ้น แต่จำนวนคนเท่าเดิม
☐ พนักงานเริ่มไม่เสนอความคิดเห็น
☐ คนเก่งเริ่มทยอยลาออก
☐ Engagement ของทีมลดลง
☐ พนักงานเริ่มทำงานแบบ “เอาแค่ให้เสร็จ”

ถ้า “ใช่” หลายข้อ... อาจถึงเวลาที่ HR ต้องเข้าไปพูดคุยกับทีมแล้ว

🛠️ แล้ว HR ควรเริ่มแก้จากตรงไหน?

🟢 เริ่มวันนี้ “ฟังให้มากขึ้น”

จัด 1-on-1 Conversation เปิดพื้นที่ให้พนักงานพูดถึงปัญหา ความต้องการ และเป้าหมายของตัวเอง

🟡 ระยะกลาง

“สร้างโอกาสให้เติบโต”

Career Path
Training
Skill Development
Manager Development

🔵 ระยะยาว

“ใช้ข้อมูลช่วยมองภาพรวม” ติดตามข้อมูลด้านบุคลากร เช่น Turnover | Engagement | Performance | Attendance | Training เพื่อช่วยให้ HR มองเห็นแนวโน้มและนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจ

💻 Technology ช่วย HR ได้อย่างไร?

การรักษาพนักงานไม่สามารถแก้ได้ด้วย Technology เพียงอย่างเดียว แต่ ข้อมูลที่ดีสามารถช่วยให้ HR เห็นภาพของบุคลากรได้ชัดขึ้น

ตั้งแต่ข้อมูลพนักงาน การลงเวลา การลา การประเมินผล การฝึกอบรม ไปจนถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการบริหารบุคลากร เมื่อข้อมูลอยู่ในระบบเดียวกัน HR สามารถลดงานที่ต้องทำซ้ำ และนำข้อมูลไปใช้ประกอบการวางแผนบุคลากรได้เป็นระบบมากขึ้น

HR ที่มีข้อมูลพร้อม ย่อมมีโอกาสมองเห็นปัญหาได้เร็วขึ้น

❓ FAQ

ถาม : คนเก่งลาออกเพราะเงินเดือนอย่างเดียวหรือไม่?

ตอบ : ไม่จำเป็น สาเหตุของการลาออกอาจเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย เช่น โอกาสเติบโต หัวหน้างาน ภาระงาน การได้รับการยอมรับ ความสัมพันธ์ในที่ทำงาน และประสบการณ์โดยรวมของพนักงาน

ถาม : HR จะรู้ได้อย่างไรว่าพนักงานเริ่มหมดใจ?

ตอบ : ควรดูทั้งพฤติกรรมและข้อมูลประกอบกัน เช่น การมีส่วนร่วมในการทำงาน การเปลี่ยนแปลงของผลงาน การขาดงาน และการพูดคุยแบบ 1-on-1 โดยไม่ควรสรุปจากสัญญาณใดสัญญาณหนึ่งเพียงอย่างเดียว

ถาม : องค์กรควรทำอย่างไรเพื่อรักษาพนักงาน?

ตอบ : เริ่มจากการเข้าใจสาเหตุที่แท้จริง สร้างโอกาสในการเติบโต พัฒนาหัวหน้างาน สร้างระบบ Feedback และทำให้พนักงานเห็นคุณค่าของงานที่ตัวเองทำ

เราไม่ควรเริ่มในวันที่เขากำลังจะไป แต่ควรเริ่มตั้งแต่วันที่เขายังอยากอยู่ เพราะ HR ที่มองเห็นสัญญาณเร็ว เข้าใจคนเร็ว บริหารคนได้ดีขึ้น

HRMI — ตัวช่วยให้การบริหารงาน HR เป็นเรื่องง่ายและเป็นระบบ 💙

เขียนและเรียบเรียงโดย : บริษัท โปรซอฟท์ เอชซีเอ็ม จำกัด| 29 กันยายน 2569

ติดตามเกร็ดความรู้ HR เทคนิคการบริหารคน และแนวคิดดี ๆ เพื่อพัฒนาองค์กรไปกับ Prosoft HRMI
Facebook :  Prosoft HRMI โปรแกรมบริหารงานบุคคล HRM, HRD
Youtube   :  Prosoft HCM + myHRCloud
Youtube   :  Prosoft WINSpeed Cloud




 65
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัปเดตกฎหมายกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ปี 2569 เริ่มใช้เมื่อไร ใครบ้างที่ต้องเข้าร่วม อัตราเงินสะสมและเงินสมทบ วิธีคำนวณ สิทธิของลูกจ้าง และสิ่งที่ฝ่าย HR ต้องเตรียม พร้อมคำอธิบายเข้าใจง่าย
ทุกสิ้นเดือน เวลาที่เราเห็นสลิปเงินเดือน รายการถูกหักเงินเข้ากองทุนประกันสังคมคงเป็นสิ่งที่พวกเราคุ้นเคยกันดี แต่ทราบไหมว่าเงินที่ถูกหักไปทุกเดือนนั้น จริงๆ แล้วคือระบบหลักประกันทางสังคมระดับล้านล้านบาทที่ออกแบบมาเพื่อเซฟความเสี่ยงในทุกช่วงชีวิตของคนทำงาน การทำความเข้าใจเรื่องประกันสังคมอย่างถี่ถ้วน ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราใช้สิทธิ์ได้อย่างคุ้มค่าและไม่เสียประโยชน์ แต่ยังช่วยให้ทีม HR นำไปต่อยอดเพื่อดูแลพนักงานในองค์กรได้ดียิ่งขึ้นด้วยครับ
เมื่อเริ่มทำงานหรือได้รับสลิปเงินเดือนครั้งแรก หลายคนอาจสังเกตเห็นว่ามีรายการเกี่ยวกับ ประกันสังคม หรือบางบริษัทอาจมี กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund : PVD) และ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เพิ่มเข้ามา จึงเกิดคำถามว่า ทั้ง 3 กองทุนนี้คืออะไร แตกต่างกันอย่างไร และมีความสำคัญกับพนักงานอย่างไร
นับถอยหลังสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของวงการแรงงานไทย! ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 นี้ “กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง” รูปแบบใหม่กำลังจะเริ่มต้นบังคับใช้อย่างเป็นทางการ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการหักเงินเดือนทั่วไป แต่เป็นระบบเซฟตี้เน็ตที่ออกแบบมาเพื่อคุ้มครองสิทธิ์และผลประโยชน์ของทั้งลูกจ้างและนายจ้างโดยตรง

เคยสงสัยไหมว่า เงินที่เราโดนหักเข้ากองทุนประกันสังคมไปทุกๆ เดือนเนี่ย นอกจากสิทธิรักษาพยาบาลยามเจ็บป่วยทั่วไปแล้ว มันเอาไปทำอะไรได้อีกบ้าง? หลายคนก้มหน้าก้มตาทำงานจนลืมไปว่า "เรามีสิทธิพิเศษ" ที่ซ่อนอยู่ ซึ่งถ้าไม่ใช้ก็น่าเสียดายสุดๆ วันนี้เราเลยมัดรวม 5 สิทธิประโยชน์ประกันสังคมที่คนทำงานมักมองข้าม มาให้เช็กกันชัดๆว่าปีนี้คุณใช้สิทธิเหล่านี้ไปแล้วหรือยัง?

สิทธิทำฟันประกันสังคม ปี 2569 อัพเดทใหม่เริ่ม 1 พฤษภาคม 2569 โดยเน้นเพิ่มวงเงินฟันปลอมและรากฟันเทียม ยังคงสิทธิ์พื้นฐาน ขูด-อุด-ถอน-ผ่าฟันคุด 900 บาท/ปี โดยไม่ต้องสำรองจ่ายเมื่อเข้ารับบริการกับสถานพยาบาลที่ทำ MOU เพิ่มการเบิกฟันปลอม 1,500 - 6,000 บาท (ทุก 5 ปี) และเพิ่มสิทธิผ่าฟันคุดแยกต่างหาก
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์