
ประกันสังคม (Social Security) คือระบบสร้างความมั่นคงในชีวิต โดยใช้หลักการ "เฉลี่ยสุข เฉลี่ยทุกข์" ร่วมกันของคนในสังคม ผ่านการระดมเงินเข้า "กองทุนประกันสังคม" จาก 3 ฝ่าย ได้แก่ ลูกจ้าง นายจ้าง และรัฐบาล
เป้าหมายหลักไม่ได้มีไว้เพื่อสร้างภาระหรือเป็นภาษีแฝง แต่ทำหน้าที่เป็น ตาข่ายรองรับความเสี่ยง (Social Safety Net) ที่คอยช่วยเหลือคนทำงานเมื่อเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทั้งยามเจ็บป่วย ประสบอุบัติเหตุ คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต ว่างงาน หรือเก็บไว้เป็นเงินออมไว้ใช้ยามเกษียณ เพื่อให้ทุกคนยังคงดำเนินชีวิตต่อไปได้โดยไม่ติดขัด
ประกันสังคมในไทยแบ่งผู้ประกันตนออกเป็น 3 กลุ่มหลัก เพื่อให้เหมาะสมกับรูปแบบการทำงานของแต่ละบุคคล
| รายละเอียด | มาตรา 33 (พนักงานประจำ) | มาตรา 39 (อดีตพนักงานรักษาสิทธิ์) | มาตรา 40 (ฟรีแลนซ์ / อาชีพอิสระ) |
| ใครสมัครได้บ้าง | พนักงานประจำที่มีนายจ้าง (อายุ 15–60 ปี) |
อดีตพนักงาน ม.33 ที่ลาออกแล้วอยากรักษาสิทธิ์ต่อ | ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ ค้าขาย (อายุ 15–65 ปี) |
| เงินสมทบต่อเดือน | 5% ของค่าจ้าง (คำนวณจากฐานค่าจ้างสูงสุดไม่เกิน 17,500 บาท = 875 บาท/เดือน)* |
เหมาจ่ายอัตราเดียว 432 บาท/เดือน | เลือกได้ 3 ทางเลือก (70 / 100 / 300 บาท/เดือน) |
| ใครร่วมจ่ายบ้าง | จ่ายร่วมกัน: ลูกจ้าง 5% + นายจ้าง 5% + รัฐบาลช่วยสมทบ | ผู้ประกันตนจ่ายเองเต็มจำนวน | ผู้ประกันตนจ่ายเอง + รัฐบาลช่วยจ่ายสมทบ |
| สิทธิ์ที่ได้รับ | คุ้มครอง 7 กรณี (เจ็บป่วย, คลอดบุตร, ทุพพลภาพ, เสียชีวิต, สงเคราะห์บุตร, ชราภาพ, ว่างงาน) |
คุ้มครอง 6 กรณี (เหมือน ม.33 ทุกอย่าง ยกเว้น ว่างงาน) | คุ้มครอง 3–5 กรณี (ขึ้นอยู่กับทางเลือกที่สมัคร) |
| สิทธิประโยชน์ | เงื่อนไขและรายละเอียดการเบิกจ่าย |
| 1. เจ็บป่วย / อุบัติเหตุ |
• รักษาฟรี ณ โรงพยาบาลตามสิทธิ • เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต (UCEP) เข้าโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด รักษาฟรี 72 ชั่วโมงแรก • ทำฟัน (ถอน, อุด, ขูดหินปูน, ผ่าฟันคุด) เบิกได้ตามจริงสูงสุด 900 บาท/ปี (หากเข้ารับบริการ ณ คลินิก/โรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ ไม่ต้องสำรองจ่าย) • เงินชดเชยการขาดรายได้ 50% ของฐานค่าจ้าง (เมื่อหยุดพักตามคำสั่งแพทย์ 3 วันขึ้นไป สูงสุดไม่เกิน 90 วัน/ครั้ง และไม่เกิน 180 วัน/ปี) |
| 2. คลอดบุตร & ฝากครรภ์ |
• ค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย 15,000 บาท/ครั้ง (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง) • เงินชดเชยหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร 50% ของฐานค่าจ้างเฉลี่ย เป็นเวลา 90 วัน (เฉพาะฝ่ายหญิง) • ค่าฝากครรภ์เบิกเพิ่มได้ตามจริงรวมไม่เกิน 1,500 บาท (แบ่งจ่ายตามงวดอายุครรภ์ที่กำหนด) |
| 3. สงเคราะห์บุตร | • เงินช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูบุตรแรกเกิดจนถึง 6 ปีบริบูรณ์ จ่ายเหมา 800 บาท/เดือน ต่อบุตร 1 คน (เบิกพร้อมกันได้สูงสุดไม่เกิน 3 คน)* |
| 4. ชราภาพ (เงินออมเกษียณ) |
• เงินบำเหน็จ (เงินก้อน): กรณีจ่ายเงินสมทบไม่ถึง 180 เดือน จะได้รับยอดเงินสมทบส่วนชราภาพทั้งหมด (ฝั่งผู้ประกันตน + ฝั่งนายจ้าง + ผลประโยชน์ตอบแทนตามประกาศ สปส.) • เงินบำนาญ (เงินรายเดือนตลอดชีวิต): กรณีจ่ายเงินสมทบครบ 180 เดือนขึ้นไป (15 ปี) เริ่มต้นที่ 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย (+1.5% ทุกๆ การส่งครบ 12 เดือนที่เกินมา) |
| 5. ว่างงาน (เฉพาะ ม.33) |
• ถูกเลิกจ้าง: รับเงินชดเชย 50% ของฐานค่าจ้าง (สูงสุดไม่เกิน 180 วัน/ปี) • ลาออก/หมดสัญญา: รับเงินชดเชย 30% ของฐานค่าจ้าง (สูงสุดไม่เกิน 90 วัน/ปี) |
| 6. ทุพพลภาพ | • เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อสูญเสียสมรรถภาพทางร่างกายหรือจิตใจตามเกณฑ์ประเมิน รับเงินชดเชยรายเดือน สูงสุด 50% ของฐานค่าจ้างตลอดชีวิต พร้อมค่ารักษาพยาบาลและค่าฟื้นฟู |
| 7. เสียชีวิต |
• ค่าทำศพเหมาจ่าย 50,000 บาท มอบแก่ผู้จัดการศพ • เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต คำนวณตามระยะเวลาการส่งเงินสมทบเพื่อมอบให้แก่ทายาทตามกฎหมาย |
สำหรับผู้ที่ทำอาชีพอิสระ สามารถเลือกระดับความคุ้มครองได้ตามต้องการ 3 ทางเลือก:
| รายละเอียด | ทางเลือกที่ 1 (70 บาท/เดือน) |
ทางเลือกที่ 2 (100 บาท/เดือน) |
ทางเลือกที่ 3 (300 บาท/เดือน) |
| เงินชดเชยนอนโรงพยาบาล | 300 บาท/วัน (สูงสุดไม่เกิน 30 วัน/ปี) |
300 บาท/วัน (สูงสุดไม่เกิน 30 วัน/ปี) |
300 บาท/วัน (สูงสุดไม่เกิน 90 วัน/ปี) |
| เงินชดเชยทุพพลภาพ | 500–1,000 บาท/เดือน (ตามเกณฑ์ สปส. นาน 15 ปี) |
500–1,000 บาท/เดือน (ตามเกณฑ์ สปส. นาน 15 ปี) |
500–1,000 บาท/เดือน (ตลอดชีวิต) |
| ค่าทำศพกรณีเสียชีวิต | 25,000 บาท | 25,000 บาท | 50,000 บาท |
| เงินออมชราภาพ (บำเหน็จ) | - | สะสม 50 บาท/เดือน (ออมเพิ่มได้) |
สะสม 150 บาท/เดือน (ออมเพิ่มได้) |
| เงินสงเคราะห์บุตร | - | - | 300 บาท/เดือน/คน (บุตร 0–7 ปี สูงสุด 2 คน) |
เราสามารถตรวจสอบสถานะ สิทธิการรักษา และยอดเงินสะสมชราภาพของตัวเองได้ง่ายๆ ผ่านช่องทางเหล่านี้:
วิธีใช้งาน:
ดาวน์โหลดแอป SSO PLUS (หรือ SSO Connect Mobile บน iOS และ Android)
เข้าสู่ระบบด้วย เลขบัตรประชาชน 13 หลัก และตั้งรหัสผ่าน
ยืนยันตัวตนผ่านรหัส OTP ที่ส่งไปยังมือถือ
เช็กอะไรได้บ้าง: สถานะผู้ประกันตน, โรงพยาบาลตามสิทธิ, สิทธิ์เปลี่ยนโรงพยาบาลประจำปี, วงเงินทำฟันคงเหลือ, ยอดเงินสมทบชราภาพสะสม และติดตามสถานะการยื่นเรื่องเบิกเงิน
วิธีใช้งาน:
เข้าเว็บ www.sso.go.th เลือก "เข้าสู่ระบบผู้ประกันตน / สมัครสมาชิก"
กรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลัก และรหัสผ่าน (หากเพิ่งเคยใช้ครั้งแรก ให้กดสมัครสมาชิกก่อน)
เลือกเมนู "ตรวจสอบข้อมูลผู้ประกันตน"
เช็กอะไรได้บ้าง:
ประวัติการนำส่งเงินสมทบย้อนหลังทุกเดือน (ทั้งส่วนของเราและนายจ้าง)
ประวัติการเปลี่ยนโรงพยาบาล
คำนวณเงินบำนาญ / บำเหน็จชราภาพคาดการณ์ยามเกษียณ
ยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ผ่านระบบ e-Self Service
วิธีใช้งาน:
เพิ่มเพื่อนใน LINE พิมพ์ค้นหา @ssothai
กดปุ่ม "ลงทะเบียน / เข้าสู่ระบบ" บนเมนูหน้าจอ
กรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลัก เพื่อยืนยันตัวตน
เช็กอะไรได้บ้าง: เช็กสถานะผู้ประกันตน, ตรวจสอบโรงพยาบาลตามสิทธิ, แจ้งเตือนสิทธิประโยชน์ และรับข่าวสารสำคัญ
วิธีใช้งาน: โทร 1506 (โทรได้ตลอด 24 ชั่วโมง) เลือกฟังข้อมูลอัตโนมัติหรือกดติดต่อเจ้าหน้าที่ได้เลย
ข้อดี: เหมาะสำหรับคนที่ไม่สะดวกใช้แอปหรือเว็บ หรือต้องการสอบถามเงื่อนไขการเบิกเงินเฉพาะกรณีกับเจ้าหน้าที่โดยตรง
วิธีใช้งาน: เดินทางไปที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ / จังหวัด / สาขา ที่สะดวก พร้อมยื่น บัตรประชาชนตัวจริง
ข้อดี: ขอคัดสำเนาเอกสารทางการ ติดต่อเรื่องซับซ้อน หรือยื่นเรื่องร้องเรียนได้ทันที
ผู้ประกันตน มาตรา 33: พนักงานประจำไม่ต้องสมัครเองครับ เป็นหน้าที่ตามกฎหมายของนายจ้างที่จะต้องยื่นขึ้นทะเบียนลูกจ้าง (แบบ สปส. 1-03) ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงาน
ผู้ประกันตน มาตรา 39: ยื่นคำขอ (สปส. 1-20) พร้อมบัตรประชาชน ที่สำนักงานประกันสังคม หรือยื่นผ่านระบบออนไลน์ ภายใน 6 เดือน หลังจากลาออกจากงานประจำ ม.33 (โดยต้องเคยจ่ายเงินสมทบ ม.33 มาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน)
ผู้ประกันตน มาตรา 40: คนไทยที่มีอายุ 15–65 ปี สามารถสมัครได้ง่ายๆ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว ผ่านเว็บ www.sso.go.th, เคาน์เตอร์เซอร์วิส (7-Eleven), ธนาคาร ธ.ก.ส. หรือ บิ๊กซี ทุกสาขา
ปัญหาบริษัทไม่ขึ้นทะเบียนประกันสังคมให้พนักงาน หรือเลี่ยงการจ่ายเงินสมทบ ถือเป็นหนึ่งในข้อสงสัยยอดฮิตของคนทำงานและเป็นประเด็นสุ่มเสี่ยงของฝ่ายบริหาร สำหรับคำถามที่ว่า "บริษัทไม่ทำประกันสังคมให้พนักงาน มีความผิดไหม?" คำตอบคือ มีความผิดตามกฎหมายแน่นอน
ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2534 นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคมให้แก่ลูกจ้าง หากละเลยหรือจงใจฝ่าฝืน จะมีบทลงโทษครอบคลุมทั้งทางอาญาและทางแพ่ง ดังนี้
หากนายจ้างฝ่าฝืนไม่ยอมขึ้นทะเบียนประกันสังคมให้ลูกจ้างภายในระยะเวลาที่กำหนด จะต้องรับโทษตามกฎหมาย ดังนี้
จำคุก: ไม่เกิน 6 เดือน
ปรับ: ไม่เกิน 20,000 บาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ (ตามมาตรา 96 แห่ง พ.ร.บ. ประกันสังคม)
เงินเพิ่ม (ค่าปรับ): นายจ้างต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตรา ร้อยละ 2 ต่อเดือน ของจำนวนเงินสมทบที่ยังไม่ได้นำส่ง หรือส่วนที่ขาดอยู่นับแต่วันถัดจากวันที่ต้องนำส่งเงินสมทบ
| ประเด็นเข้าใจผิด | ข้อเท็จจริงตามกฎหมาย |
| "ช่วงทดลองงาน (Pro) ยังไม่ต้องทำประกันสังคม" | ไม่จริง: กฎหมายนับพนักงานทดลองงานเป็น "ลูกจ้าง" ตั้งแต่วันแรก นายจ้างต้องแจ้งขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน นับจากวันเข้าทำงาน |
| "จ้างแบบชั่วคราว/รายวัน ไม่ต้องทำประกันสังคม" | ไม่จริง: หากมีสภาพเป็นนายจ้าง-ลูกจ้าง มีการสั่งงานและจ่ายค่าจ้างชัดเจน ไม่ว่าจะรายวันหรือรายเดือนก็ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคม |
| "ลูกจ้างยินยอมไม่ทำประกันสังคมเอง นายจ้างไม่ผิด" | ไม่จริง: ประกันสังคมเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ถึงลูกจ้างจะเซ็นยินยอมไม่ทำ ข้อตกลงนั้นถือเป็นโมฆะ นายจ้างยังมีความผิดอยู่ดี |
หากพบว่านายจ้างไม่ยอมทำประกันสังคมให้ สามารถดำเนินการตามขั้นตอนได้ดังนี้:
เจรจาและสอบถามฝ่าย HR: ตรวจสอบก่อนว่าเป็นการตกหล่นทางเอกสารหรือกระบวนการล่าช้าหรือไม่
รวบรวมหลักฐานการทำงาน: เช่น สัญญาจ้างงาน, หลักฐานการโอนเงินเดือน/สลิปเงินเดือน, บัตรพนักงาน, และตารางการทำงาน
ยื่นเรื่องร้องเรียน: ติดต่อสายด่วนประกันสังคม 1506 หรือกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สายด่วน 1507 หรือยื่นเรื่อง ณ สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่
สำหรับทีม HR งานเอกสารประกันสังคม การคำนวณเงินสมทบ และการยื่นเรื่องประจำเดือนอาจเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยากและเสียเวลา Prosoft HRMI โปรแกรมบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยเปลี่ยนงานซับซ้อนเหล่านี้ให้เป็นระบบอัตโนมัติที่ถูกต้องและรวดเร็ว:
คำนวณเงินสมทบอัตโนมัติ: เชื่อมโยงกับระบบ Payroll คำนวณยอดหักเงินประกันสังคมของพนักงานและนายจ้างให้อัตโนมัติ พร้อมรองรับการปรับเปลี่ยนเพดานค่าจ้างตามกฎหมายใหม่ได้ทันที
สร้างไฟล์ยื่น สปส. ในคลิกเดียว: ส่งออกไฟล์นำส่งเงินสมทบประจำเดือน (สปส. 1-10) ในรูปแบบที่พร้อมนำไปอัปโหลดขึ้นระบบ e-Services ของสำนักงานประกันสังคมได้เลย
จัดการข้อมูลเข้า-ออกจากงาน: รวบรวมข้อมูลพนักงานใหม่และพนักงานที่ลาออก เพื่อออกเอกสารแจ้งขึ้นทะเบียน (สปส. 1-03) และแจ้งจำหน่ายผู้ประกันตน (สปส. 6-09) ได้ครบถ้วนตามกำหนดเวลา
ลดข้อผิดพลาดทางการเงิน: ป้องกันการคำนวณยอดเงินสมทบคลาดเคลื่อน ช่วยให้การจ่ายเงินเดือนและรายงานทางการเงินของบริษัทราบรื่นและถูกต้อง
เขียนและเรียบเรียงโดย : บริษัท โปรซอฟท์ เอชซีเอ็ม จำกัด| 29 พฤษภาคม 2569
เคยสงสัยไหมว่า เงินที่เราโดนหักเข้ากองทุนประกันสังคมไปทุกๆ เดือนเนี่ย นอกจากสิทธิรักษาพยาบาลยามเจ็บป่วยทั่วไปแล้ว มันเอาไปทำอะไรได้อีกบ้าง? หลายคนก้มหน้าก้มตาทำงานจนลืมไปว่า "เรามีสิทธิพิเศษ" ที่ซ่อนอยู่ ซึ่งถ้าไม่ใช้ก็น่าเสียดายสุดๆ วันนี้เราเลยมัดรวม 5 สิทธิประโยชน์ประกันสังคมที่คนทำงานมักมองข้าม มาให้เช็กกันชัดๆว่าปีนี้คุณใช้สิทธิเหล่านี้ไปแล้วหรือยัง?