• หน้าแรก

  • News

  • HR Articles

  • ถอดรหัสประกันสังคม 2569: สิทธิ์ที่เราควรรู้และการจัดการอย่างมืออาชีพ

ถอดรหัสประกันสังคม 2569: สิทธิ์ที่เราควรรู้และการจัดการอย่างมืออาชีพ

  • หน้าแรก

  • News

  • HR Articles

  • ถอดรหัสประกันสังคม 2569: สิทธิ์ที่เราควรรู้และการจัดการอย่างมืออาชีพ

ถอดรหัสประกันสังคม 2569: สิทธิ์ที่เราควรรู้และการจัดการอย่างมืออาชีพ



ประกันสังคมคืออะไร และทำไมเราต้องจ่ายทุกเดือน?

ประกันสังคม (Social Security) คือระบบสร้างความมั่นคงในชีวิต โดยใช้หลักการ "เฉลี่ยสุข เฉลี่ยทุกข์" ร่วมกันของคนในสังคม ผ่านการระดมเงินเข้า "กองทุนประกันสังคม" จาก 3 ฝ่าย ได้แก่ ลูกจ้าง นายจ้าง และรัฐบาล

เป้าหมายหลักไม่ได้มีไว้เพื่อสร้างภาระหรือเป็นภาษีแฝง แต่ทำหน้าที่เป็น ตาข่ายรองรับความเสี่ยง (Social Safety Net) ที่คอยช่วยเหลือคนทำงานเมื่อเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทั้งยามเจ็บป่วย ประสบอุบัติเหตุ คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต ว่างงาน หรือเก็บไว้เป็นเงินออมไว้ใช้ยามเกษียณ เพื่อให้ทุกคนยังคงดำเนินชีวิตต่อไปได้โดยไม่ติดขัด

โครงสร้างผู้ประกันตน

ประกันสังคมในไทยแบ่งผู้ประกันตนออกเป็น 3 กลุ่มหลัก เพื่อให้เหมาะสมกับรูปแบบการทำงานของแต่ละบุคคล

รายละเอียด มาตรา 33 (พนักงานประจำ) มาตรา 39 (อดีตพนักงานรักษาสิทธิ์) มาตรา 40 (ฟรีแลนซ์ / อาชีพอิสระ)
ใครสมัครได้บ้าง พนักงานประจำที่มีนายจ้าง
(อายุ 15–60 ปี)
อดีตพนักงาน ม.33 ที่ลาออกแล้วอยากรักษาสิทธิ์ต่อ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ ค้าขาย
(อายุ 15–65 ปี)
เงินสมทบต่อเดือน 5% ของค่าจ้าง
(คำนวณจากฐานค่าจ้างสูงสุดไม่เกิน 17,500 บาท = 875 บาท/เดือน)*
เหมาจ่ายอัตราเดียว 432 บาท/เดือน เลือกได้ 3 ทางเลือก
(70 / 100 / 300 บาท/เดือน)
ใครร่วมจ่ายบ้าง จ่ายร่วมกัน: ลูกจ้าง 5% + นายจ้าง 5% + รัฐบาลช่วยสมทบ ผู้ประกันตนจ่ายเองเต็มจำนวน ผู้ประกันตนจ่ายเอง + รัฐบาลช่วยจ่ายสมทบ
สิทธิ์ที่ได้รับ คุ้มครอง 7 กรณี
(เจ็บป่วย, คลอดบุตร, ทุพพลภาพ, เสียชีวิต, สงเคราะห์บุตร, ชราภาพ, ว่างงาน)
คุ้มครอง 6 กรณี (เหมือน ม.33 ทุกอย่าง ยกเว้น ว่างงาน) คุ้มครอง 3–5 กรณี
(ขึ้นอยู่กับทางเลือกที่สมัคร)

*หมายเหตุ: อัตราเงินสมทบและเพดานค่าจ้างขั้นสูงเป็นไปตามพระราชบัญญัติและประกาศของสำนักงานประกันสังคมที่บังคับใช้ในปัจจุบัน

สิทธิประโยชน์ 7 กรณี: เช็กสิทธิ์ที่ผู้ประกันตนจะได้รับความคุ้มครองครอบคลุมหลายด้าน 

สิทธิประโยชน์ เงื่อนไขและรายละเอียดการเบิกจ่าย
1. เจ็บป่วย / อุบัติเหตุ

• รักษาฟรี ณ โรงพยาบาลตามสิทธิ

• เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต (UCEP) เข้าโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด รักษาฟรี 72 ชั่วโมงแรก

ทำฟัน (ถอน, อุด, ขูดหินปูน, ผ่าฟันคุด) เบิกได้ตามจริงสูงสุด 900 บาท/ปี (หากเข้ารับบริการ ณ คลินิก/โรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ ไม่ต้องสำรองจ่าย)

• เงินชดเชยการขาดรายได้ 50% ของฐานค่าจ้าง (เมื่อหยุดพักตามคำสั่งแพทย์ 3 วันขึ้นไป สูงสุดไม่เกิน 90 วัน/ครั้ง และไม่เกิน 180 วัน/ปี)

2. คลอดบุตร & ฝากครรภ์

• ค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย 15,000 บาท/ครั้ง (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง)

• เงินชดเชยหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร 50% ของฐานค่าจ้างเฉลี่ย เป็นเวลา 90 วัน (เฉพาะฝ่ายหญิง)

• ค่าฝากครรภ์เบิกเพิ่มได้ตามจริงรวมไม่เกิน 1,500 บาท (แบ่งจ่ายตามงวดอายุครรภ์ที่กำหนด)

3. สงเคราะห์บุตร • เงินช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูบุตรแรกเกิดจนถึง 6 ปีบริบูรณ์ จ่ายเหมา 800 บาท/เดือน ต่อบุตร 1 คน (เบิกพร้อมกันได้สูงสุดไม่เกิน 3 คน)*
4. ชราภาพ (เงินออมเกษียณ)

• เงินบำเหน็จ (เงินก้อน): กรณีจ่ายเงินสมทบไม่ถึง 180 เดือน จะได้รับยอดเงินสมทบส่วนชราภาพทั้งหมด (ฝั่งผู้ประกันตน + ฝั่งนายจ้าง + ผลประโยชน์ตอบแทนตามประกาศ สปส.)

• เงินบำนาญ (เงินรายเดือนตลอดชีวิต): กรณีจ่ายเงินสมทบครบ 180 เดือนขึ้นไป (15 ปี) เริ่มต้นที่ 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย (+1.5% ทุกๆ การส่งครบ 12 เดือนที่เกินมา)

5. ว่างงาน (เฉพาะ ม.33)

• ถูกเลิกจ้าง: รับเงินชดเชย 50% ของฐานค่าจ้าง (สูงสุดไม่เกิน 180 วัน/ปี)

• ลาออก/หมดสัญญา: รับเงินชดเชย 30% ของฐานค่าจ้าง (สูงสุดไม่เกิน 90 วัน/ปี)

6. ทุพพลภาพ • เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อสูญเสียสมรรถภาพทางร่างกายหรือจิตใจตามเกณฑ์ประเมิน รับเงินชดเชยรายเดือน สูงสุด 50% ของฐานค่าจ้างตลอดชีวิต พร้อมค่ารักษาพยาบาลและค่าฟื้นฟู
7. เสียชีวิต

• ค่าทำศพเหมาจ่าย 50,000 บาท มอบแก่ผู้จัดการศพ

• เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต คำนวณตามระยะเวลาการส่งเงินสมทบเพื่อมอบให้แก่ทายาทตามกฎหมาย


*หมายเหตุ: เงื่อนไขและวงเงินชดเชยเป็นไปตามพระราชบัญญัติประกันสังคมและกฎกระทรวงที่บังคับใช้ในปัจจุบัน 

ทางเลือกคุ้มครอง มาตรา 40: สำหรับอาชีพอิสระและฟรีแลนซ์

สำหรับผู้ที่ทำอาชีพอิสระ สามารถเลือกระดับความคุ้มครองได้ตามต้องการ 3 ทางเลือก:

รายละเอียด ทางเลือกที่ 1
(70 บาท/เดือน)
ทางเลือกที่ 2
(100 บาท/เดือน)
ทางเลือกที่ 3
(300 บาท/เดือน)
เงินชดเชยนอนโรงพยาบาล 300 บาท/วัน
(สูงสุดไม่เกิน 30 วัน/ปี)
300 บาท/วัน
(สูงสุดไม่เกิน 30 วัน/ปี)
300 บาท/วัน
(สูงสุดไม่เกิน 90 วัน/ปี)
เงินชดเชยทุพพลภาพ 500–1,000 บาท/เดือน
(ตามเกณฑ์ สปส. นาน 15 ปี)
500–1,000 บาท/เดือน
(ตามเกณฑ์ สปส. นาน 15 ปี)
500–1,000 บาท/เดือน
(ตลอดชีวิต)
ค่าทำศพกรณีเสียชีวิต 25,000 บาท 25,000 บาท 50,000 บาท
เงินออมชราภาพ (บำเหน็จ) - สะสม 50 บาท/เดือน
(ออมเพิ่มได้)
สะสม 150 บาท/เดือน
(ออมเพิ่มได้)
เงินสงเคราะห์บุตร - - 300 บาท/เดือน/คน
(บุตร 0–7 ปี สูงสุด 2 คน)

5 ช่องทางง่ายๆ เช็กสิทธิและยอดเงินสะสมได้ด้วยตัวเอง

เราสามารถตรวจสอบสถานะ สิทธิการรักษา และยอดเงินสะสมชราภาพของตัวเองได้ง่ายๆ ผ่านช่องทางเหล่านี้:

1. แอปพลิเคชัน SSO PLUS (หรือ SSO Connect)

  • วิธีใช้งาน:

    1. ดาวน์โหลดแอป SSO PLUS (หรือ SSO Connect Mobile บน iOS และ Android)

    2. เข้าสู่ระบบด้วย เลขบัตรประชาชน 13 หลัก และตั้งรหัสผ่าน

    3. ยืนยันตัวตนผ่านรหัส OTP ที่ส่งไปยังมือถือ

  • เช็กอะไรได้บ้าง: สถานะผู้ประกันตน, โรงพยาบาลตามสิทธิ, สิทธิ์เปลี่ยนโรงพยาบาลประจำปี, วงเงินทำฟันคงเหลือ, ยอดเงินสมทบชราภาพสะสม และติดตามสถานะการยื่นเรื่องเบิกเงิน

2. เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม (www.sso.go.th)

  • วิธีใช้งาน:

    1. เข้าเว็บ www.sso.go.th เลือก "เข้าสู่ระบบผู้ประกันตน / สมัครสมาชิก"

    2. กรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลัก และรหัสผ่าน (หากเพิ่งเคยใช้ครั้งแรก ให้กดสมัครสมาชิกก่อน)

    3. เลือกเมนู "ตรวจสอบข้อมูลผู้ประกันตน"

  • เช็กอะไรได้บ้าง:

    • ประวัติการนำส่งเงินสมทบย้อนหลังทุกเดือน (ทั้งส่วนของเราและนายจ้าง)

    • ประวัติการเปลี่ยนโรงพยาบาล

    • คำนวณเงินบำนาญ / บำเหน็จชราภาพคาดการณ์ยามเกษียณ

    • ยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ผ่านระบบ e-Self Service

3. LINE Official Account (@ssothai)

  • วิธีใช้งาน:

    1. เพิ่มเพื่อนใน LINE พิมพ์ค้นหา @ssothai

    2. กดปุ่ม "ลงทะเบียน / เข้าสู่ระบบ" บนเมนูหน้าจอ

    3. กรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลัก เพื่อยืนยันตัวตน

  • เช็กอะไรได้บ้าง: เช็กสถานะผู้ประกันตน, ตรวจสอบโรงพยาบาลตามสิทธิ, แจ้งเตือนสิทธิประโยชน์ และรับข่าวสารสำคัญ

4. สายด่วนประกันสังคม 1506

  • วิธีใช้งาน: โทร 1506 (โทรได้ตลอด 24 ชั่วโมง) เลือกฟังข้อมูลอัตโนมัติหรือกดติดต่อเจ้าหน้าที่ได้เลย

  • ข้อดี: เหมาะสำหรับคนที่ไม่สะดวกใช้แอปหรือเว็บ หรือต้องการสอบถามเงื่อนไขการเบิกเงินเฉพาะกรณีกับเจ้าหน้าที่โดยตรง

5. ติดต่อที่สำนักงานประกันสังคมโดยตรง

  • วิธีใช้งาน: เดินทางไปที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ / จังหวัด / สาขา ที่สะดวก พร้อมยื่น บัตรประชาชนตัวจริง

  • ข้อดี: ขอคัดสำเนาเอกสารทางการ ติดต่อเรื่องซับซ้อน หรือยื่นเรื่องร้องเรียนได้ทันที

📝 วิธีการสมัครเข้าสู่ระบบประกันสังคม

  • ผู้ประกันตน มาตรา 33: พนักงานประจำไม่ต้องสมัครเองครับ เป็นหน้าที่ตามกฎหมายของนายจ้างที่จะต้องยื่นขึ้นทะเบียนลูกจ้าง (แบบ สปส. 1-03) ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงาน

  • ผู้ประกันตน มาตรา 39: ยื่นคำขอ (สปส. 1-20) พร้อมบัตรประชาชน ที่สำนักงานประกันสังคม หรือยื่นผ่านระบบออนไลน์ ภายใน 6 เดือน หลังจากลาออกจากงานประจำ ม.33 (โดยต้องเคยจ่ายเงินสมทบ ม.33 มาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน)

  • ผู้ประกันตน มาตรา 40: คนไทยที่มีอายุ 15–65 ปี สามารถสมัครได้ง่ายๆ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว ผ่านเว็บ www.sso.go.th, เคาน์เตอร์เซอร์วิส (7-Eleven), ธนาคาร ธ.ก.ส. หรือ บิ๊กซี ทุกสาขา

    สรุปข้อกฎหมายและบทลงโทษที่นายจ้าง-ลูกจ้างต้องรู้

    ปัญหาบริษัทไม่ขึ้นทะเบียนประกันสังคมให้พนักงาน หรือเลี่ยงการจ่ายเงินสมทบ ถือเป็นหนึ่งในข้อสงสัยยอดฮิตของคนทำงานและเป็นประเด็นสุ่มเสี่ยงของฝ่ายบริหาร สำหรับคำถามที่ว่า "บริษัทไม่ทำประกันสังคมให้พนักงาน มีความผิดไหม?" คำตอบคือ มีความผิดตามกฎหมายแน่นอน

    ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2534 นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคมให้แก่ลูกจ้าง หากละเลยหรือจงใจฝ่าฝืน จะมีบทลงโทษครอบคลุมทั้งทางอาญาและทางแพ่ง ดังนี้

    ⚖️ บทลงโทษทางกฎหมายเมื่อนายจ้างไม่ทำประกันสังคม

    หากนายจ้างฝ่าฝืนไม่ยอมขึ้นทะเบียนประกันสังคมให้ลูกจ้างภายในระยะเวลาที่กำหนด จะต้องรับโทษตามกฎหมาย ดังนี้

    1. โทษทางอาญา (จงใจไม่ขึ้นทะเบียนประกันสังคม)

    • จำคุก: ไม่เกิน 6 เดือน

    • ปรับ: ไม่เกิน 20,000 บาท

    • หรือทั้งจำทั้งปรับ (ตามมาตรา 96 แห่ง พ.ร.บ. ประกันสังคม)

    2. โทษทางแพ่ง (กรณีจ่ายเงินสมทบช้าหรือไม่นำส่งเงินสมทบ)

    • เงินเพิ่ม (ค่าปรับ): นายจ้างต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตรา ร้อยละ 2 ต่อเดือน ของจำนวนเงินสมทบที่ยังไม่ได้นำส่ง หรือส่วนที่ขาดอยู่นับแต่วันถัดจากวันที่ต้องนำส่งเงินสมทบ

    📌 3 เรื่องเข้าใจผิดยอดฮิตเกี่ยวกับประกันสังคม

    ประเด็นเข้าใจผิด ข้อเท็จจริงตามกฎหมาย
    "ช่วงทดลองงาน (Pro) ยังไม่ต้องทำประกันสังคม" ไม่จริง: กฎหมายนับพนักงานทดลองงานเป็น "ลูกจ้าง" ตั้งแต่วันแรก นายจ้างต้องแจ้งขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน นับจากวันเข้าทำงาน
    "จ้างแบบชั่วคราว/รายวัน ไม่ต้องทำประกันสังคม" ไม่จริง: หากมีสภาพเป็นนายจ้าง-ลูกจ้าง มีการสั่งงานและจ่ายค่าจ้างชัดเจน ไม่ว่าจะรายวันหรือรายเดือนก็ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคม
    "ลูกจ้างยินยอมไม่ทำประกันสังคมเอง นายจ้างไม่ผิด" ไม่จริง: ประกันสังคมเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ถึงลูกจ้างจะเซ็นยินยอมไม่ทำ ข้อตกลงนั้นถือเป็นโมฆะ นายจ้างยังมีความผิดอยู่ดี

    🛡️ วิธีรับมือสำหรับลูกจ้างเมื่อบริษัทไม่ขึ้นทะเบียนให้

    หากพบว่านายจ้างไม่ยอมทำประกันสังคมให้ สามารถดำเนินการตามขั้นตอนได้ดังนี้:

    1. เจรจาและสอบถามฝ่าย HR: ตรวจสอบก่อนว่าเป็นการตกหล่นทางเอกสารหรือกระบวนการล่าช้าหรือไม่

    2. รวบรวมหลักฐานการทำงาน: เช่น สัญญาจ้างงาน, หลักฐานการโอนเงินเดือน/สลิปเงินเดือน, บัตรพนักงาน, และตารางการทำงาน

    3. ยื่นเรื่องร้องเรียน: ติดต่อสายด่วนประกันสังคม 1506 หรือกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สายด่วน 1507 หรือยื่นเรื่อง ณ สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่

🚀 จัดการงานประกันสังคมในองค์กรให้เป็นเรื่องง่ายด้วย Prosoft HRMI

สำหรับทีม HR งานเอกสารประกันสังคม การคำนวณเงินสมทบ และการยื่นเรื่องประจำเดือนอาจเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยากและเสียเวลา Prosoft HRMI โปรแกรมบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยเปลี่ยนงานซับซ้อนเหล่านี้ให้เป็นระบบอัตโนมัติที่ถูกต้องและรวดเร็ว:

  • คำนวณเงินสมทบอัตโนมัติ: เชื่อมโยงกับระบบ Payroll คำนวณยอดหักเงินประกันสังคมของพนักงานและนายจ้างให้อัตโนมัติ พร้อมรองรับการปรับเปลี่ยนเพดานค่าจ้างตามกฎหมายใหม่ได้ทันที

  • สร้างไฟล์ยื่น สปส. ในคลิกเดียว: ส่งออกไฟล์นำส่งเงินสมทบประจำเดือน (สปส. 1-10) ในรูปแบบที่พร้อมนำไปอัปโหลดขึ้นระบบ e-Services ของสำนักงานประกันสังคมได้เลย

  • จัดการข้อมูลเข้า-ออกจากงาน: รวบรวมข้อมูลพนักงานใหม่และพนักงานที่ลาออก เพื่อออกเอกสารแจ้งขึ้นทะเบียน (สปส. 1-03) และแจ้งจำหน่ายผู้ประกันตน (สปส. 6-09) ได้ครบถ้วนตามกำหนดเวลา

  • ลดข้อผิดพลาดทางการเงิน: ป้องกันการคำนวณยอดเงินสมทบคลาดเคลื่อน ช่วยให้การจ่ายเงินเดือนและรายงานทางการเงินของบริษัทราบรื่นและถูกต้อง


    เขียนและเรียบเรียงโดย : บริษัท โปรซอฟท์ เอชซีเอ็ม จำกัด| 29 พฤษภาคม 2569

 19
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

เมื่อเริ่มทำงานหรือได้รับสลิปเงินเดือนครั้งแรก หลายคนอาจสังเกตเห็นว่ามีรายการเกี่ยวกับ ประกันสังคม หรือบางบริษัทอาจมี กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund : PVD) และ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เพิ่มเข้ามา จึงเกิดคำถามว่า ทั้ง 3 กองทุนนี้คืออะไร แตกต่างกันอย่างไร และมีความสำคัญกับพนักงานอย่างไร
นับถอยหลังสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของวงการแรงงานไทย! ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 นี้ “กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง” รูปแบบใหม่กำลังจะเริ่มต้นบังคับใช้อย่างเป็นทางการ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการหักเงินเดือนทั่วไป แต่เป็นระบบเซฟตี้เน็ตที่ออกแบบมาเพื่อคุ้มครองสิทธิ์และผลประโยชน์ของทั้งลูกจ้างและนายจ้างโดยตรง

เคยสงสัยไหมว่า เงินที่เราโดนหักเข้ากองทุนประกันสังคมไปทุกๆ เดือนเนี่ย นอกจากสิทธิรักษาพยาบาลยามเจ็บป่วยทั่วไปแล้ว มันเอาไปทำอะไรได้อีกบ้าง? หลายคนก้มหน้าก้มตาทำงานจนลืมไปว่า "เรามีสิทธิพิเศษ" ที่ซ่อนอยู่ ซึ่งถ้าไม่ใช้ก็น่าเสียดายสุดๆ วันนี้เราเลยมัดรวม 5 สิทธิประโยชน์ประกันสังคมที่คนทำงานมักมองข้าม มาให้เช็กกันชัดๆว่าปีนี้คุณใช้สิทธิเหล่านี้ไปแล้วหรือยัง?

สิทธิทำฟันประกันสังคม ปี 2569 อัพเดทใหม่เริ่ม 1 พฤษภาคม 2569 โดยเน้นเพิ่มวงเงินฟันปลอมและรากฟันเทียม ยังคงสิทธิ์พื้นฐาน ขูด-อุด-ถอน-ผ่าฟันคุด 900 บาท/ปี โดยไม่ต้องสำรองจ่ายเมื่อเข้ารับบริการกับสถานพยาบาลที่ทำ MOU เพิ่มการเบิกฟันปลอม 1,500 - 6,000 บาท (ทุก 5 ปี) และเพิ่มสิทธิผ่าฟันคุดแยกต่างหาก
การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นหน้าที่สำคัญที่ผู้มีรายได้ทุกคนต้องปฏิบัติอย่างถูกต้องและครบถ้วน เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายและเพื่อประโยชน์สูงสุดของ ในบทความนี้จะมาสรุปสิ่งที่ควรรู้ก่อนการยื่นภาษี เพื่อให้คุณสามารถยื่นภาษีได้อย่างถูกต้องและคุ้มค่าที่สุด ซึ่งกำหนดให้ยื่นแบบระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคมของปีถัดไป และถ้ายื่นทางออนไลน์ ปีนี้ยื่นได้ถึง 8 เมษายน 2569  
รูปแบบการประเมินผลงานและพฤติกรรมพนักงานที่ต่างกัน “ตามมุมมองของผู้ให้คะแน
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์