อยากเห็นองค์กรพัฒนา HR ต้องมี 10 ทักษะแห่งอนาคต

อยากเห็นองค์กรพัฒนา HR ต้องมี 10 ทักษะแห่งอนาคต


เจสัน เอเวอร์บุ๊ค CEO และผู้ก่อตั้งบริษัท HR Tech ชื่อว่า Leapgen เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงของ HR ย่อมส่งผลต่อการเติบโตของธุรกิจในภาพรวมด้วย โดยมี 10 ทักษะที่มีประโยชน์อย่างมากต่อการทำงานของ HR เพื่อให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ และยิ่งปรับตัวได้เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีต่อองค์กรมากขึ้นเท่านั้น ดังต่อไปนี้

ทักษะที่ 1 – ต้องกล้าเปลี่ยนแปลง 

เอเวอร์บุ๊ค เชื่อว่าทุกบริษัทต้องการผู้นำที่พร้อมเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่า และนำพาทุกคนไปสู่การสร้างพฤติกรรมใหม่ให้เกิดขึ้น

ทักษะที่ 2 – พร้อมสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ

HR ยุคใหม่ต้องสามารถจัดวางกลยุทธ์ เพื่อช่วยใหประดิษฐ์หรือคิดค้นนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ได้เสมอ

ทักษะที่ 3 – รับฟังและเข้าอกเข้าใจ 

หากปราศจากผู้ฟังที่ดี คนทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจด้านการสร้างสรรค์ก็จะออกแบบงานต่างๆ เหมือนเดิม ไร้ซึ่งการพัฒนา ไร้ซึ่งการเติบโต

ทักษะที่ 4 – ใช้ประโยชน์จากข้อมูลให้เป็น 

หากมีข้อมูลที่น่าสนใจ แต่ถ้าไม่สามารถเอามาใช้งานได้ ก็ไม่มีประโยชน์ 

ทักษะที่ 5 – มีความยืดหยุ่น 

ต้องพร้อมรับมือต่อทุกการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

ทักษะที่ 6 – พร้อมปรับตัว เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และคิดนอกกรอบ 

ทักษะนี้ใกล้เคียงกับข้อก่อนหน้า เอเวอร์บุ๊ค มองว่าในเมื่อ HR เป็นหนึ่งในอาชีพที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ดังนั้นควรเลิกยึดติดอยู่กับองค์ความรู้เดิมๆ เลิกเอาวิถีการทำงานเก่าๆ ไปใช้ต่อในอนาคตที่หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปแล้ว

ทักษะที่ 7 – รู้จักสื่อสาร เล่าเรื่องให้เป็น 

เพราะ HR จำเป็นต้องพูดคุยและทำงานกับผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้อยู่ในสายงานเดียวกัน ดังนั้นการใช้ภาษาเข้าใจง่ายในเวลาสั้นๆ ประหนึ่งมีเวลาเพียง 30 วินาทีเท่านั้นในการอธิบายให้ CEO หรือ CFO ฟัง จะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อทุกคนรอบตัว

ทักษะที่ 8 – มีความคิดสร้างสรรค์ 

นำข้อมูลต่างๆ มาใช้อย่างเกิดประโยชน์ และถูกที่ถูกจังหวะด้วย

ทักษะที่ 9 – ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ 

ข้อนี้เป็นหัวใจสำคัญของการทำงาน HR เสมอมา การทำงานในยุคต่อไป HR ต้องเลิกทำงานจากระดับบนลงมาล่าง แล้วเปลี่ยนไปทำงานในแนวราบ หรือในระดับเดียวกัน เป็นผู้นำที่สร้างความเท่าเทียม

ทักษะที่ 10 – มีวิสัยทัศน์ 

หมายถึงมีความสามารถในการมองเห็นแง่มุมต่างๆ ที่น่าสนใจรอบตัว และต้องมองด้วยความเปิดใจหากพบเจอสิ่งผิดปกติ จะได้สามารถแก้ไข และปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้ทัน

หาก HR และผู้นำองค์กรมีครบทั้ง 10 ทักษะเหล่านี้ มั่นใจได้ว่าจะช่วยนำพาองค์กรเติบโต และประสบความสำเร็จไปอีกนานแสนนาน


สามารถอ่านบทความน่าสนใจอื่นๆได้ ที่นี่ คลิก!!




ขอบคุณที่มา : th.hrnote.asia

 1162
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจ Digital HR, บทบาทของ HR 2026 และเหตุผลที่องค์กรยุคใหม่ไม่ควรมองข้ามการปรับตัวด้านงานบุคคล

หลังจากที่ระบบของสำนักงานประกันสังคม ใช้ฐาน “เพดานค่าจ้าง 15,000 บาท/เดือน” เพื่อคำนวณเงินสมทบสำหรับผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 มาเป็นเวลานาน เศรษฐกิจและค่าครองชีพเปลี่ยนแปลงไปมาก ทำให้การคำนวณเพดานจากฐานเก่าไม่สะท้อนรายได้จริงของแรงงานหลายคนอีกต่อไป

ปัญหาทำเงินเดือนแต่ละเดือนเหมือนแข่งกับเวลา มักเกิดจากความยุ่งยากในขั้นตอนการจัดทำเงินเดือนที่มีหลายขั้นตอนทั้งการรวบรวมข้อมูล คำนวณ รายงาน และสรุป ก่อนจ่ายเงิน โดยขั้นตอนเหล่านี้มักเปลี่ยนไปในแต่ละเดือนตามจำนวนพนักงาน การบันทึกเวลา การคำนวณโอที การหักค่าลดหย่อน ฯลฯ ทำให้ต้องใช้เวลามากและความกดดันที่เพิ่มขึ้นเมื่อใกล้วันจ่ายเงินเดือน
ทำไมต้องยื่นขึ้นทะเบียนนายจ้าง และ ใครที่ต้องยื่นขึ้นทะเบียนนายจ้างบ้าง?
การประเมินผลการทำงานสำหรับพนักงานที่มีเป้าหมายชัดเจน เช่น พนักงานขายที่ต้องทำยอดให้ได้ตามเป้านั้นไม่ยากเท่ากับการประเมินผลพนักงานในฝ่ายสนับสนุนที่ลักษณะงานไม่ได้วัดกันด้วยจำนวนตัวเลข บริษัทจึงต้องหาวิธีวัดผลในมิติต่าง ๆ มาประมวลเข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถประเมินผลงานได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด อันจะเป็นประโยชน์แก่ตัวพนักงานเองและเป็นประโยชน์ต่อองค์กรด้วย หากคุณกำลังมองหาวิธีประเมินผลพนักงาน 10 วิธีนี้วัดจากอะไรบ้าง รวบรวมอยู่ในบทความนี้แล้วค่ะ
การคำนวณค่าแรงแบบออฟชอร์ (Offshore Wage Calculation) มักใช้กับพนักงานที่ทำงานในพื้นที่ทะเล เช่น แท่นขุดเจาะน้ำมัน หรืออุตสาหกรรมเดินเรือ โดยมีลักษณะพิเศษและวิธีคำนวณที่แตกต่างจากงานทั่วไป ดังต่อไปนี้
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์