ปรับเพดานฐานค่าจ้างใหม่! หักเงินประกันสังคม ผู้ประกันตน ม.33 ปี 2569

ปรับเพดานฐานค่าจ้างใหม่! หักเงินประกันสังคม ผู้ประกันตน ม.33 ปี 2569

หลังจากที่ระบบของสำนักงานประกันสังคม ใช้ฐาน “เพดานค่าจ้าง 15,000 บาท/เดือน” เพื่อคำนวณเงินสมทบสำหรับผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 มาเป็นเวลานาน เศรษฐกิจและค่าครองชีพเปลี่ยนแปลงไปมาก ทำให้การคำนวณเพดานจากฐานเก่าไม่สะท้อนรายได้จริงของแรงงานหลายคนอีกต่อไป

เพื่อให้ระบบสวัสดิการทันกับสภาพสังคม และให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสม สำนักงานประกันสังคมร่วมกับภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงเสนอปรับ “เพดานค่าจ้าง–ฐานเงินสมทบ” ใหม่ โดยให้เป็น “โครงสร้างขั้นบันได” แทนฐานเดิมเพื่อความยืดหยุ่นและเป็นธรรม โดยมติของ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 เห็นชอบหลักการปรับฐานนี้เป็นที่เรียบร้อย


โครงสร้างใหม่: เพดานค่าจ้าง & เงินสมทบ โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ

ปีปัจจุบัน (ก่อน 2569): เพดาน 15,000 บาท จ่ายสมทบ 750 บาท/เดือน

  • ระยะ 1 ปี 2569-2571: เพดาน 17,500 บาท จ่ายสมทบ 875 บาท/เดือน
  • ระยะ 2 ปี 2572-2574: เพดาน 20,000 บาท จ่ายสมทบ 1,000 บาท/เดือน
  • ระยะ 3 ปี 2575 เป็นต้นไป: เพดาน 23,000 บาท จ่ายสมทบ 1,150 บาท/เดือน

สิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนมาตรา 33 จะได้รับเพิ่มขึ้นตามฐานใหม่

เมื่อฐานค่าจ้างสูงขึ้น สิทธิประโยชน์หลายด้านตามสิทธิประกันสังคมของผู้ประกันตนจะได้รับการปรับขึ้นด้วย ดังนี้

  • เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย สูงสุด 7,500 บาทต่อเดือน เพิ่มเป็น 8,750 บาทต่อเดือน
  • เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ สูงสุด 7,500 บาทต่อเดือน เพิ่มเป็น 8,750 บาทต่อเดือน
  • เงินทดแทนกรณีว่างงาน สูงสุด 7,500 บาทต่อเดือน เพิ่มเป็น 8,750 บาทต่อเดือน
  • เงินสงเคราะห์กรณีคลอดบุตร 22,500 บาทต่อครั้ง เพิ่มเป็น 26,250 บาทต่อครั้ง
  • เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต 90,000 บาท เพิ่มเป็น 105,000 บาท
  • เงินบำนาญในกรณีส่งเงินสมทบครบ 15 ปี สูงสุด 3,000 บาทต่อเดือน เพิ่มเป็น 3,500 บาทต่อเดือน
  • เงินบำนาญในกรณีส่งเงินสมทบครบ 25 ปี สูงสุด 5,250 บาทต่อเดือน เพิ่มเป็น 6,125 บาทต่อเดือน

โดยการปรับเพดานและเงินสมทบใหม่นี้จะเริ่มใช้ 1 มกราคม 2569 สำหรับระยะ 1 โดยคนที่มีเงินเดือนเกินเพดานเดิม (15,000 บาท) จะเจอการ “หักเพิ่ม” ตามฐานใหม่ (สูงสุดตามแต่ละระยะ) และคนรายได้น้อย (ต่ำหรือเท่ากับฐานเดิม 15,000) จะจ่ายตาม 5% ของรายได้จริงตามเดิม ผู้ประกันตนควรเฝ้าติดตามประกาศอย่างเป็นทางการ และตรวจสอบเงินเดือน-ฐานเงินได้ให้ชัดเจนในเดือนที่มีการปรับเปลี่ยน และทางสำนักงานประกันสังคมจะดำเนินการเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานลงนาม และประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป



 1311
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจ Digital HR, บทบาทของ HR 2026 และเหตุผลที่องค์กรยุคใหม่ไม่ควรมองข้ามการปรับตัวด้านงานบุคคล

ปัญหาทำเงินเดือนแต่ละเดือนเหมือนแข่งกับเวลา มักเกิดจากความยุ่งยากในขั้นตอนการจัดทำเงินเดือนที่มีหลายขั้นตอนทั้งการรวบรวมข้อมูล คำนวณ รายงาน และสรุป ก่อนจ่ายเงิน โดยขั้นตอนเหล่านี้มักเปลี่ยนไปในแต่ละเดือนตามจำนวนพนักงาน การบันทึกเวลา การคำนวณโอที การหักค่าลดหย่อน ฯลฯ ทำให้ต้องใช้เวลามากและความกดดันที่เพิ่มขึ้นเมื่อใกล้วันจ่ายเงินเดือน
ทำไมต้องยื่นขึ้นทะเบียนนายจ้าง และ ใครที่ต้องยื่นขึ้นทะเบียนนายจ้างบ้าง?
การประเมินผลการทำงานสำหรับพนักงานที่มีเป้าหมายชัดเจน เช่น พนักงานขายที่ต้องทำยอดให้ได้ตามเป้านั้นไม่ยากเท่ากับการประเมินผลพนักงานในฝ่ายสนับสนุนที่ลักษณะงานไม่ได้วัดกันด้วยจำนวนตัวเลข บริษัทจึงต้องหาวิธีวัดผลในมิติต่าง ๆ มาประมวลเข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถประเมินผลงานได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด อันจะเป็นประโยชน์แก่ตัวพนักงานเองและเป็นประโยชน์ต่อองค์กรด้วย หากคุณกำลังมองหาวิธีประเมินผลพนักงาน 10 วิธีนี้วัดจากอะไรบ้าง รวบรวมอยู่ในบทความนี้แล้วค่ะ
การคำนวณค่าแรงแบบออฟชอร์ (Offshore Wage Calculation) มักใช้กับพนักงานที่ทำงานในพื้นที่ทะเล เช่น แท่นขุดเจาะน้ำมัน หรืออุตสาหกรรมเดินเรือ โดยมีลักษณะพิเศษและวิธีคำนวณที่แตกต่างจากงานทั่วไป ดังต่อไปนี้
การทำงานโดยที่คนทำงานไม่มีความสุขนั้นส่งผลกระทบทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นผลงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ องค์กรไม่มีความก้าวหน้า ลองมาดูกันว่า อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้พนักงานไม่มีความสุขกับการทำงาน
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์