วิธีคิด OT กรณีทำงานล่วงเวลาในวันทำงานปกติ และวันหยุด

วิธีคิด OT กรณีทำงานล่วงเวลาในวันทำงานปกติ และวันหยุด




หากคุณทำงานล่วงเวลา เกินเวลาเลิกงานตามปกติ เช่น เวลางานปกติกำหนดให้พนักงานทำงานตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 17.00 น. แต่คุณต้องทำงานจนถึงเวลา 20.00 น. คุณจะได้รับค่าล่วงเวลาสำหรับวันทำงานปกติไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมงที่คุณได้รับตามปกติ ส่วนวันหยุด เช่น วันหยุดนักขัตฤกษ์ วันหยุดตามประเพณี วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ คุณก็จะได้รับค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 3 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมงที่คุณได้รับตามปกติ โดยมีวิธีการคำนวณดังนี้

1. กรณีพนักงานรายเดือน

  • สูตรการคำนวณ >> (เงินเดือนหารสามสิบวัน หารชั่วโมงงานปกติ) คูณ 1.5 หรือ 3 เท่า คูณ จำนวนชั่วโมงที่ทำโอที
  • ตัวอย่างวิธีการคำนวณ กรณี ได้ 1.5 เท่า และทำโอที 4 ชั่วโมง >> (15,000 / 30 /8)*1.5*4
  • หลังจากคำนวณตามสูตรคุณจะได้ค่าทำ OT ในวันนั้นเพิ่มอีก 375 บาท

2. กรณีพนักงานรายวัน

  • สูตรการคำนวณ >> (ค่าจ้างต่อวัน หารชั่วโมงงานปกติ) คูณ 1.5 หรือ 3 เท่า คูณ จำนวนชั่วโมงที่ทำโอที
  • ตัวอย่างวิธีการคำนวณ กรณีได้ 3 เท่า และทำโอที 5 ชั่วโมง >> (300 / 10)*3*5
  • หลังจากคำนวณตามสูตรคุณจะได้ค่าทำ OT ในวันนั้นเท่ากับ 450 บาท

ส่วนค่าตอบในกรณีที่คุณต้องมาทำงานในวันหยุดจะมีวิธีคำนวณ ดังต่อไปนี้

1. ลูกจ้างที่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด เช่น พนักงานรายเดือน จะได้รับค่าตอบแทนการทำงานในวันหยุดไม่น้อยกว่า 1 เท่า

  • สูตรการคำนวณ >> (เงินเดือนหารสามสิบวัน หารชั่วโมงงานปกติ) คูณ 1 เท่า คูณ จำนวนชั่วโมงการทำงาน
  • วิธีการคำนวณ>> (15,000 / 30 /8)*1*8
  • หลังจากคำนวณตามสูตรคุณจะได้ค่าจ้างในวันนั้นเพิ่มอีก 500 บาท

2. ลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด เช่น พนักงานรายวัน จะได้รับค่าตอบแทนการทำงานในวันหยุดไม่น้อยกว่า 2 เท่า

  • สูตรการคำนวณ >> (ค่าจ้างต่อวันหารชั่วโมงงานปกติ) คูณ 2 เท่า คูณ จำนวนชั่วโมงการทำงาน
  • วิธีการคำนวณ>> (350 / 8)*2*8
  • หลังจากคำนวณตามสูตรคุณจะได้ค่าจ้างในวันนั้นเท่ากับ 700 บาท


สามารถอ่านบทความน่าสนใจอื่นๆได้ ที่นี่ คลิก!


ที่มา : www.onedee.ai

 5832
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจ Digital HR, บทบาทของ HR 2026 และเหตุผลที่องค์กรยุคใหม่ไม่ควรมองข้ามการปรับตัวด้านงานบุคคล

หลังจากที่ระบบของสำนักงานประกันสังคม ใช้ฐาน “เพดานค่าจ้าง 15,000 บาท/เดือน” เพื่อคำนวณเงินสมทบสำหรับผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 มาเป็นเวลานาน เศรษฐกิจและค่าครองชีพเปลี่ยนแปลงไปมาก ทำให้การคำนวณเพดานจากฐานเก่าไม่สะท้อนรายได้จริงของแรงงานหลายคนอีกต่อไป

ปัญหาทำเงินเดือนแต่ละเดือนเหมือนแข่งกับเวลา มักเกิดจากความยุ่งยากในขั้นตอนการจัดทำเงินเดือนที่มีหลายขั้นตอนทั้งการรวบรวมข้อมูล คำนวณ รายงาน และสรุป ก่อนจ่ายเงิน โดยขั้นตอนเหล่านี้มักเปลี่ยนไปในแต่ละเดือนตามจำนวนพนักงาน การบันทึกเวลา การคำนวณโอที การหักค่าลดหย่อน ฯลฯ ทำให้ต้องใช้เวลามากและความกดดันที่เพิ่มขึ้นเมื่อใกล้วันจ่ายเงินเดือน
ทำไมต้องยื่นขึ้นทะเบียนนายจ้าง และ ใครที่ต้องยื่นขึ้นทะเบียนนายจ้างบ้าง?
การประเมินผลการทำงานสำหรับพนักงานที่มีเป้าหมายชัดเจน เช่น พนักงานขายที่ต้องทำยอดให้ได้ตามเป้านั้นไม่ยากเท่ากับการประเมินผลพนักงานในฝ่ายสนับสนุนที่ลักษณะงานไม่ได้วัดกันด้วยจำนวนตัวเลข บริษัทจึงต้องหาวิธีวัดผลในมิติต่าง ๆ มาประมวลเข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถประเมินผลงานได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด อันจะเป็นประโยชน์แก่ตัวพนักงานเองและเป็นประโยชน์ต่อองค์กรด้วย หากคุณกำลังมองหาวิธีประเมินผลพนักงาน 10 วิธีนี้วัดจากอะไรบ้าง รวบรวมอยู่ในบทความนี้แล้วค่ะ
การคำนวณค่าแรงแบบออฟชอร์ (Offshore Wage Calculation) มักใช้กับพนักงานที่ทำงานในพื้นที่ทะเล เช่น แท่นขุดเจาะน้ำมัน หรืออุตสาหกรรมเดินเรือ โดยมีลักษณะพิเศษและวิธีคำนวณที่แตกต่างจากงานทั่วไป ดังต่อไปนี้
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์