ลาออกหลังได้โบนัสกับสิ่งที่ HR ต้องพร้อมรับมือ

ลาออกหลังได้โบนัสกับสิ่งที่ HR ต้องพร้อมรับมือ


แทบจะเรียกได้ว่า เป็นธรรมเนียมปฏิบัติประจำทุกปีของเกือบจะทุกองค์กร ที่หลังจากพนักงานได้รับเงินโบนัสประจำปี จะทยอยกันยื่นจดหมาย 
ลาออกหลังได้โบนัสกับสิ่งที่ 
hr ต้องพร้อมรับมือ พนักงานบางคนเลือกที่จะลาออกทันที หลังได้รับโบนัส ก่อนที่จะได้งานใหม่ด้วยซ้ำ เพื่อต้องการมีเวลาพักก่อนเริ่มหางานใหม่ ซึ่งความจริงแล้ว พนักงานควรรอให้ได้งานใหม่ก่อนจึงควรยื่นลาออก

ซึ่งจากผลการสำรวจ Laws of Attraction ของ JobsDB พบว่า ธุรกิจไอทีเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีการเทิร์นโอเวอร์สูง ดังนั้นการที่จะสร้างแรงจูงใจให้คนไอทีอยู่ต่อกับองค์กร ต้องพิจารณาถึงผลตอบแทนที่เป็นตัวเงินมาเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือโอกาสความก้าวหน้าในวิชาชีพ หากยังทำงานกับองค์กรนั้นต่อไป ส่วนในธุรกิจอื่น ๆ การที่องค์กรจะรั้งให้พนักงานอยู่ต่อไปได้ หลังจากได้รับเงินโบนัสประจำปี ควรมาจาก 4 ปัจจัยต่อไปนี้

ปลูกฝังความรักในองค์กร

สำหรับ Gen X และ Gen Y ความรักในองค์กรอาจมีความเข้มข้นกว่า Gen Z เนื่องจากพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่จะไม่ยึดติดกับสิ่งเดิม ๆ หรือทำงานที่เดิมนาน ๆ หากดูแล้วว่าโอกาสที่จะก้าวหน้าในองค์กรที่ทำอยู่ไม่มี ก็จะลาออกในทันที องค์กรจึงต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติให้พนักงานรุ่นใหม่มีใจรักในองค์กร ทำให้เกิดความภูมิใจในองค์กร ดึงข้อดีที่องค์กรอื่นไม่มี รวมถึงเสนอโอกาสที่จะก้าวหน้า และได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าในเวลาที่เหมาะสม หากยังทำงานกับองค์กรต่อไป

จูงใจด้วยโอกาสความก้าวหน้า

เงินโบนัสอาจไม่ใช่คำตอบสำหรับความต้องการของพนักงานเสมอไปก็เป็นได้ หากไม่มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานให้ไขว่คว้าแล้ว ก็เหมือนขาดเป้าหมายในการทำงาน นำไปสู่ความเบื่อหน่ายและลาออกจากงานในที่สุด การแก้ปัญหาหากพนักงานต้องการลาออก อาจทำได้โดยการเสนอตำแหน่งใหม่ให้ หรือเสนอการ Rotate ย้ายแผนก ย้ายทีม ย้ายสาขา เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และสร้างโอกาสก้าวหน้าในการทำงานมากขึ้น

เพิ่มความท้าทายในการทำงาน

ลองให้พนักงานได้ทำอะไรใหม่ ๆ ที่ไม่ใช่แค่งาน Routine เช่น เข้าร่วมทีมกับฝ่ายบุคคลเพื่อทำโปรเจกต์ฉลองวันเกิดให้กับพนักงานในองค์กร เป็นต้น หรือการสร้าง Challenge ในการทำงานให้กับบริษัท ด้วยโปรเจกต์ชิงรางวัลภายในองค์กร โดยให้พนักงานรวมกลุ่มกันส่งผลงานเช้าชิง เป็นต้น ซึ่งจะช่วยสร้างความตื่นตัวในการทำงาน

อัดฉีดสวัสดิการ

สุดท้ายแล้วสิ่งที่พนักงานต้องการมากที่สุดก็ยังคงเป็นสวัสดิการที่ดี อย่างการปรับขึ้นเงินเดือน การจ่ายโบนัส ซึ่งการแก้ปัญหาหนึ่งที่องค์กรมักเลือกทำคือ การกระจายจ่ายเงินโบนัส แบ่งออกเป็น 2-3 ครั้งต่อปี หรือการเพิ่มค่า Incentive หากองค์กรได้ลูกค้าเพิ่มขึ้น เป็นต้น รวมไปถึงการเพิ่มสวัสดิการใหม่ ๆ เข้าไป อย่างค่ารักษาพยาบาล เงินล่วงเวลา

ไม่มีใครอยากเปลี่ยนงานบ่อย ๆ เพราะต้องวุ่นวายกับกระบวนการหางานใหม่ และการปรับตัวเข้ากับองค์กรใหม่ แต่ถ้าการทำงานในองค์กรเดิมไม่ตอบโจทย์ทั้งในเรื่องงาน และชีวิตส่วนตัว ก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่พนักงานจะตบเท้ากันลาออก ฉะนั้นองค์กรควรดูแลทั้ง 4 ปัจจัยที่กล่าวมานี้ให้กับพนักงาน เพื่อรักษาพนักงานไว้กับองค์กรต่อไป

สามารถอ่านบทความน่าสนใจอื่นๆได้ ที่นี่ คลิก!!

ที่มา : https://th.jobsdb.com/

 958
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจ Digital HR, บทบาทของ HR 2026 และเหตุผลที่องค์กรยุคใหม่ไม่ควรมองข้ามการปรับตัวด้านงานบุคคล

หลังจากที่ระบบของสำนักงานประกันสังคม ใช้ฐาน “เพดานค่าจ้าง 15,000 บาท/เดือน” เพื่อคำนวณเงินสมทบสำหรับผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 มาเป็นเวลานาน เศรษฐกิจและค่าครองชีพเปลี่ยนแปลงไปมาก ทำให้การคำนวณเพดานจากฐานเก่าไม่สะท้อนรายได้จริงของแรงงานหลายคนอีกต่อไป

ปัญหาทำเงินเดือนแต่ละเดือนเหมือนแข่งกับเวลา มักเกิดจากความยุ่งยากในขั้นตอนการจัดทำเงินเดือนที่มีหลายขั้นตอนทั้งการรวบรวมข้อมูล คำนวณ รายงาน และสรุป ก่อนจ่ายเงิน โดยขั้นตอนเหล่านี้มักเปลี่ยนไปในแต่ละเดือนตามจำนวนพนักงาน การบันทึกเวลา การคำนวณโอที การหักค่าลดหย่อน ฯลฯ ทำให้ต้องใช้เวลามากและความกดดันที่เพิ่มขึ้นเมื่อใกล้วันจ่ายเงินเดือน
ทำไมต้องยื่นขึ้นทะเบียนนายจ้าง และ ใครที่ต้องยื่นขึ้นทะเบียนนายจ้างบ้าง?
การประเมินผลการทำงานสำหรับพนักงานที่มีเป้าหมายชัดเจน เช่น พนักงานขายที่ต้องทำยอดให้ได้ตามเป้านั้นไม่ยากเท่ากับการประเมินผลพนักงานในฝ่ายสนับสนุนที่ลักษณะงานไม่ได้วัดกันด้วยจำนวนตัวเลข บริษัทจึงต้องหาวิธีวัดผลในมิติต่าง ๆ มาประมวลเข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถประเมินผลงานได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด อันจะเป็นประโยชน์แก่ตัวพนักงานเองและเป็นประโยชน์ต่อองค์กรด้วย หากคุณกำลังมองหาวิธีประเมินผลพนักงาน 10 วิธีนี้วัดจากอะไรบ้าง รวบรวมอยู่ในบทความนี้แล้วค่ะ
การคำนวณค่าแรงแบบออฟชอร์ (Offshore Wage Calculation) มักใช้กับพนักงานที่ทำงานในพื้นที่ทะเล เช่น แท่นขุดเจาะน้ำมัน หรืออุตสาหกรรมเดินเรือ โดยมีลักษณะพิเศษและวิธีคำนวณที่แตกต่างจากงานทั่วไป ดังต่อไปนี้
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์