ทักษะและความรู้ที่ผู้จัดการควรจะมี (แต่ไม่ค่อยจะมี)

ทักษะและความรู้ที่ผู้จัดการควรจะมี (แต่ไม่ค่อยจะมี)



คนที่ดำรงตำแหน่งผู้จัดการในปัจจุบันนั้น ต้องเป็นคนที่มีความรู้และทักษะในทางธุรกิจที่มากขึ้นกว่าในอดีตมาก เนื่องจากธุรกิจในปัจจุบันเริ่มเปลี่ยนแปลง มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น มีการแข่งขันกันมากขึ้น รวมทั้งไม่ใช่แข่งกันแค่ภายในจังหวัด แต่จะเริ่มแข่งในระดับประเทศ และในระดับโลกมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นคนที่ดำรงตำแหน่งผู้จัดการ หรือผู้บริหารของสายงานแต่ละสายงานในองค์กร ก็ควรจะมีความรู้และทักษะในการบริหารงานที่กว้างขึ้น เราลองมาดูกันว่า เหล่าบรรดาผู้จัดการที่ดีนั้นจะต้องมีความรู้เพิ่มเติมในเรื่องอะไรกันบ้าง

• ความรู้ทางด้านบัญชีและการเงิน ผู้จัดการสายงานที่ต้องบริหารงานของทั้งสายงาน นอกจากความรู้ทางด้านสายงานของตนเองแล้ว สิ่งที่ปัจจุบันผู้จัดการกลุ่มนี้ควรจะมีความรู้ก็คือ ความรู้ทางด้านบัญชีและการเงิน สิ่งที่สำคัญก็คือ ผู้จัดการควรจะอ่านงบการเงินออกบ้าง และรู้ว่างานในฝ่ายของตนนั้นไปมีส่วนอะไรที่จะทำให้องค์กรเกิดกำไรหรือขาดทุนในงบการเงินแต่ละปี เพื่อที่จะได้บริหารผลงานของหน่วยงานตนเองให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ แต่ในความเป็นจริง มีผู้จัดการน้อยมากครับ ที่จะอ่านงบการเงินออก และเข้าใจว่าอะไรคืออะไร เพราะส่วนใหญ่คิดว่า เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องของฝ่ายบัญชีเป็นคนดำเนินการ ตนเองไม่เกี่ยว แต่ปัจจุบันต้องเกี่ยวแล้วครับ

• ความรู้และทักษะในการบริหารคน ผู้จัดการสายงานจำเป็นที่จะต้องมีความรู้และทักษะในการบริหารคน หรือที่เรียกกันว่า บริหารทรัพยากรบุคคลนี่แหละครับ เพราะผู้จัดการมีลูกน้องที่ต้องบริหาร เพื่อให้ลูกน้องทำงานได้ตามผลงานที่ตั้งไว้ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของผู้จัดการทุกคนที่จะต้องมีทักษะตั้งแต่การคัดเลือกพนักงาน ทักษะในการจูงใจพนักงาน การพัฒนาพนักงานให้มีความก้าวหน้าในการทำงาน รวมทั้งความรู้ทางด้านการบริหารค่าตอบแทนที่ถูกต้องและเป็นธรรม จะมัวแต่สนใจงาน โดยไม่สนใจคนไม่ได้แล้วในยุคนี้ จริงๆ แล้วเรื่องนี้มีพูดกันมานานมากๆ แล้วครับ แต่ก็ค่อยเป็นค่อยไปเรื่อยๆ ในปัจจุบันเริ่มมีผู้จัดการหลายคนที่เริ่มมีทักษะและความรู้ในการบริหารคนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพียงแต่ก็ยังมีผู้จัดการอีกมากที่ยังมองว่าการบริหารคนนั้นเป็นเรื่องของฝ่ายบุคคลเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นความคิดที่ล้าสมัยไปแล้ว ตอนนี้คนที่บริหารคนได้ดีที่สุดก็คือผู้จัดการตามสายงานนั่นแหละครับ

• ทักษะการสอนงาน ผู้จัดการตามสายงานจำเป็นที่จะต้องมีทักษะในการสอนงานพนักงานของตนเอง เพราะในปัจจุบันเรื่องของการพัฒนาพนักงานเป็นเรื่องสำคัญมาก การส่งพนักงานไปฝึกอบรม ก็ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง กลับมาแล้วก็ไม่ได้เอาสิ่งที่อบรมมาใช้ ดังนั้นการที่ผู้จัดการจะพัฒนาพนักงานของตนเองได้ตรงที่สุด ก็คือ สอนงานพนักงานด้วยตนเอง และการสอนงานก็เป็นทักษะที่จะว่ายากมันก็ยาก จะว่าง่ายมันก็ง่าย อย่างไรก็ดี ยังมีผู้จัดการอีกมากที่ยังไม่เข้าใจทักษะในการสอนงานที่ถูกต้อง จนทำให้พนักงานเองก็ไม่มีโอกาสในการพัฒนาความรู้ได้เลย ยิ่งไปกว่านั้นผู้จัดการบางคนยิ่งสอนงาน พนักงานก็ยิ่งรู้น้อยลงเรื่อยๆ และยังหมดแรงทำงานลงเรื่อยๆ เช่นกัน ทั้งนี้ก็เพราะผู้จัดการสอนงานไม่เป็นนั่นเองครับ

ความรู้และทักษะทั้ง 3 ประการนี้ เป็นสิ่งที่ผู้จัดการทุกคนควรจะต้องเรียนรู้ เพื่อที่จะได้บริหารงานของตนได้ตามเป้าหมาย และทำให้ท่านเป็นผู้จัดการที่มีศักยภาพในการเติบโตต่อไปเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรต่อไป



บทความโดย : คุณประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร
ประกาศบทความโดย : www.prosofthrmi.com
 5410
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจ Digital HR, บทบาทของ HR 2026 และเหตุผลที่องค์กรยุคใหม่ไม่ควรมองข้ามการปรับตัวด้านงานบุคคล

หลังจากที่ระบบของสำนักงานประกันสังคม ใช้ฐาน “เพดานค่าจ้าง 15,000 บาท/เดือน” เพื่อคำนวณเงินสมทบสำหรับผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 มาเป็นเวลานาน เศรษฐกิจและค่าครองชีพเปลี่ยนแปลงไปมาก ทำให้การคำนวณเพดานจากฐานเก่าไม่สะท้อนรายได้จริงของแรงงานหลายคนอีกต่อไป

ปัญหาทำเงินเดือนแต่ละเดือนเหมือนแข่งกับเวลา มักเกิดจากความยุ่งยากในขั้นตอนการจัดทำเงินเดือนที่มีหลายขั้นตอนทั้งการรวบรวมข้อมูล คำนวณ รายงาน และสรุป ก่อนจ่ายเงิน โดยขั้นตอนเหล่านี้มักเปลี่ยนไปในแต่ละเดือนตามจำนวนพนักงาน การบันทึกเวลา การคำนวณโอที การหักค่าลดหย่อน ฯลฯ ทำให้ต้องใช้เวลามากและความกดดันที่เพิ่มขึ้นเมื่อใกล้วันจ่ายเงินเดือน
ทำไมต้องยื่นขึ้นทะเบียนนายจ้าง และ ใครที่ต้องยื่นขึ้นทะเบียนนายจ้างบ้าง?
การประเมินผลการทำงานสำหรับพนักงานที่มีเป้าหมายชัดเจน เช่น พนักงานขายที่ต้องทำยอดให้ได้ตามเป้านั้นไม่ยากเท่ากับการประเมินผลพนักงานในฝ่ายสนับสนุนที่ลักษณะงานไม่ได้วัดกันด้วยจำนวนตัวเลข บริษัทจึงต้องหาวิธีวัดผลในมิติต่าง ๆ มาประมวลเข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถประเมินผลงานได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด อันจะเป็นประโยชน์แก่ตัวพนักงานเองและเป็นประโยชน์ต่อองค์กรด้วย หากคุณกำลังมองหาวิธีประเมินผลพนักงาน 10 วิธีนี้วัดจากอะไรบ้าง รวบรวมอยู่ในบทความนี้แล้วค่ะ
การคำนวณค่าแรงแบบออฟชอร์ (Offshore Wage Calculation) มักใช้กับพนักงานที่ทำงานในพื้นที่ทะเล เช่น แท่นขุดเจาะน้ำมัน หรืออุตสาหกรรมเดินเรือ โดยมีลักษณะพิเศษและวิธีคำนวณที่แตกต่างจากงานทั่วไป ดังต่อไปนี้
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์