งานสรรหา กับ 5 พฤติกรรม HR อย่าหาทำ

งานสรรหา กับ 5 พฤติกรรม HR อย่าหาทำ


การสรรหาบุคลากร (Recruitment) กล่าวง่ายๆ หมายถึง กระบวนการในการค้นหาตลอดจนคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและมีทักษะที่เหมาะสมเพื่อเข้ามาปฎิบัติงานในตำแหน่งงานตามที่องค์กรต้องการ กระบวนการนี้จะเริ่มต้นตั้งแต่การวางแผนการคัดเลือก การสื่อสารให้เกิดแรงจูงใจกับผู้สมัครเป้าหมายที่ต้องการ และจะสิ้นสุดกระบวนการเมื่อองค์กรนั้นรับบุคคลนั้นๆ เข้าเป็นพนักงานแล้ว

1.เรียกมาสัมภาษณ์โดยไม่แจ้งคุณสมบัติที่ต้องการให้ชัดเจน
ทำให้ผู้สมัครเสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เมื่อไปถึงก็พบว่าคุณสมบัติของตนไม่ตรงกับตำแหน่งที่สัมภาษณ์ ทำให้ผู้สมัครบางคนถึงขั้นมองว่า HR ทำแบบนี้เพราะมี KPI ในเรื่องของจำนวนผู้สมัครเท่านั้น ไม่ได้สนใจว่าคุณสมบัติจะตรงไม่ตรง
ก่อนนัดต้องสัมภาษณ์เบื้องต้นต้องแน่ใจ และแจ้งถึงคุณสมบัติที่ต้องการให้ผู้สมัครทราบอย่างชัดเจน ผู้สมัครจะได้นำมาพิจารณาก่อนรับนัดด้วย จะได้ไม่เสียเวลาทั้ง 2 ฝ่าย

2.ปล่อยให้นั่งรอสัมภาษณ์นานเกินเวลานัด
การสัมภาษณ์งาน HR ต้องมีแผนงานที่ชัดเจน พร้อมแจ้งช่วงเวลาสัมภาษณ์กับต้นสังกัดที่เป็นผู้สัมภาษณ์ให้ทราบล่วงหน้า และควรมีแผนสำรองในกรณีเกิดปัญหาในวันจริง จะได้มีวิธีแก้ไขที่เหมาะสมและทันเวลา

3.สัมภาษณ์งานด้วยคำถามที่อ่อนไหว
คำถามที่ไม่ควรถาม ไม่ถามเลยจะดีที่สุด เช่น การเอาชื่อสถาบันมาเปรียบเทียบ ว่าสถาบันไหนดีกว่า รวมถึงการถามเรื่องความเชื่อ, ศาสนา, การเมือง หรืออื่น ๆ ที่เป็นเรื่องอ่อนไหว นอกจากจะเสี่ยงต่อการเกิดความขัดแย้งแล้ว เรื่องเหล่านี้ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงาน ไม่จำเป็นต้องนำมาพิจารณา

4.ไม่แจ้งผลสัมภาษณ์
ผู้สมัครรอผลด้วยความหวัง เพราะ HR แจ้งว่าจะติดต่อกลับ หากไม่สะดวกในการแจ้งผลกับทุกคนได้ ควรมีวิธีแก้ไข เช่น บอกผู้สมัครเลยว่า หากไม่ติดต่อกลับภายใน ...........วัน หรือจะใช้อีเมลในการแจ้งก็ได้

5.ยกเลิกนัดเริ่มงานกะทันหัน
ผู้สมัครอาจะเตรียมตัว แจ้งลาออกจากที่เก่าเรียบร้อย บางคนย้ายไปที่พักใหม่ ที่ใกล้ที่ทำงานใหม่ แต่ถูกยกเลิก ผู้สมัครสามารถฟ้องทางแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายได้ แม้ยังไม่ได้เซ็นสัญญา


ที่มา : jobbkk
 676
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัปเดตกฎหมายกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ปี 2569 เริ่มใช้เมื่อไร ใครบ้างที่ต้องเข้าร่วม อัตราเงินสะสมและเงินสมทบ วิธีคำนวณ สิทธิของลูกจ้าง และสิ่งที่ฝ่าย HR ต้องเตรียม พร้อมคำอธิบายเข้าใจง่าย
ทุกสิ้นเดือน เวลาที่เราเห็นสลิปเงินเดือน รายการถูกหักเงินเข้ากองทุนประกันสังคมคงเป็นสิ่งที่พวกเราคุ้นเคยกันดี แต่ทราบไหมว่าเงินที่ถูกหักไปทุกเดือนนั้น จริงๆ แล้วคือระบบหลักประกันทางสังคมระดับล้านล้านบาทที่ออกแบบมาเพื่อเซฟความเสี่ยงในทุกช่วงชีวิตของคนทำงาน การทำความเข้าใจเรื่องประกันสังคมอย่างถี่ถ้วน ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราใช้สิทธิ์ได้อย่างคุ้มค่าและไม่เสียประโยชน์ แต่ยังช่วยให้ทีม HR นำไปต่อยอดเพื่อดูแลพนักงานในองค์กรได้ดียิ่งขึ้นด้วยครับ
เมื่อเริ่มทำงานหรือได้รับสลิปเงินเดือนครั้งแรก หลายคนอาจสังเกตเห็นว่ามีรายการเกี่ยวกับ ประกันสังคม หรือบางบริษัทอาจมี กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund : PVD) และ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เพิ่มเข้ามา จึงเกิดคำถามว่า ทั้ง 3 กองทุนนี้คืออะไร แตกต่างกันอย่างไร และมีความสำคัญกับพนักงานอย่างไร
นับถอยหลังสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของวงการแรงงานไทย! ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 นี้ “กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง” รูปแบบใหม่กำลังจะเริ่มต้นบังคับใช้อย่างเป็นทางการ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการหักเงินเดือนทั่วไป แต่เป็นระบบเซฟตี้เน็ตที่ออกแบบมาเพื่อคุ้มครองสิทธิ์และผลประโยชน์ของทั้งลูกจ้างและนายจ้างโดยตรง

เคยสงสัยไหมว่า เงินที่เราโดนหักเข้ากองทุนประกันสังคมไปทุกๆ เดือนเนี่ย นอกจากสิทธิรักษาพยาบาลยามเจ็บป่วยทั่วไปแล้ว มันเอาไปทำอะไรได้อีกบ้าง? หลายคนก้มหน้าก้มตาทำงานจนลืมไปว่า "เรามีสิทธิพิเศษ" ที่ซ่อนอยู่ ซึ่งถ้าไม่ใช้ก็น่าเสียดายสุดๆ วันนี้เราเลยมัดรวม 5 สิทธิประโยชน์ประกันสังคมที่คนทำงานมักมองข้าม มาให้เช็กกันชัดๆว่าปีนี้คุณใช้สิทธิเหล่านี้ไปแล้วหรือยัง?

สิทธิทำฟันประกันสังคม ปี 2569 อัพเดทใหม่เริ่ม 1 พฤษภาคม 2569 โดยเน้นเพิ่มวงเงินฟันปลอมและรากฟันเทียม ยังคงสิทธิ์พื้นฐาน ขูด-อุด-ถอน-ผ่าฟันคุด 900 บาท/ปี โดยไม่ต้องสำรองจ่ายเมื่อเข้ารับบริการกับสถานพยาบาลที่ทำ MOU เพิ่มการเบิกฟันปลอม 1,500 - 6,000 บาท (ทุก 5 ปี) และเพิ่มสิทธิผ่าฟันคุดแยกต่างหาก
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์