6 เรื่องที่มนุษย์เงินเดือน ต้องรู้ไว้

6 เรื่องที่มนุษย์เงินเดือน ต้องรู้ไว้


1. สัญญาจ้างทำด้วยวาจาก็ได้
  สัญญาจ้างแรงงานอาจเกิดขึ้นโดยปริยาย ก็ได้ กล่าวคือ ไม่มีการพูดตกลง หรือเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร แต่อาจเกิดขึ้นโดยพฤติการณ์ว่านายจ้างตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานและพร้อมจะจ่ายค่าจ้างให้  แม้จะไม่ได้มีการตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษร แต่นายจ้างให้ลูกจ้างมาช่วยทำงานแม้ไม่มีการทำเป็นหนังสือสัญญาจ้างแรงงาน ก็ถือว่ามี "สัญญาจ้างแรงงาน" เกิดขึ้นแล้ว

2. นายจ้างไม่มีสิทธิเรียกรับหลักประกันการทำงาน เว้นทำงานเกี่ยวข้องกับเงิน หรือทรัพย์สินของนายจ้าง  หลักกฎหมาย กำหนดห้ามมิให้นายจ้างเรียก หรือรับหลักประกันการทำงาน หรือหลักประกันความเสียหายในการทำงานฯ แต่ก็มีข้อยกเว้นให้เรียกหรือรับหลักประกันได้ถ้าลักษณะหรือสภาพของงานนั้น 

  • ลูกจ้างต้อง "รับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สินของนายจ้าง"
  • ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่นายจ้าง

3. เมื่อการประกันสิ้นสุดลง นายจ้างต้องคืนหลักประกันให้แก่ลูกจ้างภายใน 7 วัน ไม่ว่าจะลาออกเอง หรือเลิกจ้าง นายจ้างก็ต้องจ่ายเงินที่ค้างจ่ายซึ่งนายจ้างต้องจ่าย ได้แก่ ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าล่วงเวลาในวันหยุด หากคืนช้ารับผิดเสียดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี

4. นายจ้างไม่มีสิทธิหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานวันหยุด เว้นแต่เป็นการหักตามที่กฎหมายกำหนด มาตรา 76 ในกฎหมายคุ้มครองแรงงานระบุว่า "นายจ้างห้ามหักค่าจ้างของลูกจ้างโดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง ยกเว้นในกรณีที่ลูกจ้างยินยอมให้หัก โดยต้องเป็นการยินยอมที่เป็นความประสงค์จากตัวลูกจ้าง และต้องได้รับความยินยอมนี้โดยตรงหรือเขียนลงเป็นหนังสือ การหักค่าจ้างโดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้างมีโทษปรับทางอาญาไม่เกิน 10,000 บาท

5. ลูกจ้างลาออกไม่ต้องรอการอนุมัติก็มีผล การลาออกเป็นการแสดงเจตนาเลิกสัญญาจ้างโดยลูกจ้าง ไม่ว่าด้วยวาจาหรือเป็นลายลักษณ์อักษรขอบอกเลิกสัญญาจ้างแรงงานกับนายจ้าง มีผลทำให้สัญญาจ้างแรงงานเป็นอันสิ้นสุดลง การลาออก ไม่จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากนายจ้าง แต่หากลูกจ้างลาออกโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า หรือลาออกโดยไม่เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของบริษัท ลูกจ้างอาจจะถูกนายจ้างฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้ แต่นายจ้างจะต้องพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่าการลาออกของลูกจ้างดังกล่าวนั้น นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างไร 

6. นายจ้างไล่ออกไม่ต้องเป็นหนังสือไล่ออกก็มีผล เมื่อนายจ้างแสดงเจตนาเลิกจ้างแก่ลูกจ้างแล้ว สัญญาจ้างย่อมสิ้นสุดลงทันที ไม่สามารถถอนเจตนาได้ ที่สำคัญถ้าลูกจ้างไม่ได้ทำอะไรผิด นายจ้างก็ต้องจ่ายค่าชดเชยด้วย

 

ที่มา คลินิกกฎหมายแรงงาน

 1142
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจ Digital HR, บทบาทของ HR 2026 และเหตุผลที่องค์กรยุคใหม่ไม่ควรมองข้ามการปรับตัวด้านงานบุคคล

หลังจากที่ระบบของสำนักงานประกันสังคม ใช้ฐาน “เพดานค่าจ้าง 15,000 บาท/เดือน” เพื่อคำนวณเงินสมทบสำหรับผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 มาเป็นเวลานาน เศรษฐกิจและค่าครองชีพเปลี่ยนแปลงไปมาก ทำให้การคำนวณเพดานจากฐานเก่าไม่สะท้อนรายได้จริงของแรงงานหลายคนอีกต่อไป

ปัญหาทำเงินเดือนแต่ละเดือนเหมือนแข่งกับเวลา มักเกิดจากความยุ่งยากในขั้นตอนการจัดทำเงินเดือนที่มีหลายขั้นตอนทั้งการรวบรวมข้อมูล คำนวณ รายงาน และสรุป ก่อนจ่ายเงิน โดยขั้นตอนเหล่านี้มักเปลี่ยนไปในแต่ละเดือนตามจำนวนพนักงาน การบันทึกเวลา การคำนวณโอที การหักค่าลดหย่อน ฯลฯ ทำให้ต้องใช้เวลามากและความกดดันที่เพิ่มขึ้นเมื่อใกล้วันจ่ายเงินเดือน
ทำไมต้องยื่นขึ้นทะเบียนนายจ้าง และ ใครที่ต้องยื่นขึ้นทะเบียนนายจ้างบ้าง?
การประเมินผลการทำงานสำหรับพนักงานที่มีเป้าหมายชัดเจน เช่น พนักงานขายที่ต้องทำยอดให้ได้ตามเป้านั้นไม่ยากเท่ากับการประเมินผลพนักงานในฝ่ายสนับสนุนที่ลักษณะงานไม่ได้วัดกันด้วยจำนวนตัวเลข บริษัทจึงต้องหาวิธีวัดผลในมิติต่าง ๆ มาประมวลเข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถประเมินผลงานได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด อันจะเป็นประโยชน์แก่ตัวพนักงานเองและเป็นประโยชน์ต่อองค์กรด้วย หากคุณกำลังมองหาวิธีประเมินผลพนักงาน 10 วิธีนี้วัดจากอะไรบ้าง รวบรวมอยู่ในบทความนี้แล้วค่ะ
การคำนวณค่าแรงแบบออฟชอร์ (Offshore Wage Calculation) มักใช้กับพนักงานที่ทำงานในพื้นที่ทะเล เช่น แท่นขุดเจาะน้ำมัน หรืออุตสาหกรรมเดินเรือ โดยมีลักษณะพิเศษและวิธีคำนวณที่แตกต่างจากงานทั่วไป ดังต่อไปนี้
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์