เปลี่ยน Outing ที่น่าเบื่อ ให้กลายเป็นกิจกรรมที่ได้ใจพนักงาน

เปลี่ยน Outing ที่น่าเบื่อ ให้กลายเป็นกิจกรรมที่ได้ใจพนักงาน



การพาพนักงานไป Outing ถือเป็นหนึ่งในสวัสดิการหลัก ๆ ที่หลายองค์กรมี เพื่อดึงดูดพนักงานทั้งภายในและภายนอกให้อยากมาร่วมงานกันด้วย โดยวัตถุประสงค์หลักของการไป Outing ก็เพื่อเสริมสร้างความสามัคคี และเพื่อตอบแทนพนักงาน ให้ได้ผ่อนคลายจากการทำงานประจำวันอันตึงเครียดมายาวนาน โดยที่บริษัทจะดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายไว้ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม พนักงานไม่น้อยอาจรู้สึกว่าการ Outing เป็นเรื่องน่าเบื่อ จึงไม่ได้ต้องการไปร่วมกิจกรรมคนตั้งแต่แรก หรือพร้อมจะหาข้ออ้างเพื่อที่จะไม่ไปงานนี้

หาก HR ต้องการเปลี่ยนการ Outing แบบเดิม ๆ ให้กลายเป็นกิจกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงาน ช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ของทุกคนให้แน่นแฟ้นขึ้น และสร้างผลผลิตต่อองค์กรมากขึ้น ก็ต้องพิจารณาปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการด้วย สามารถทำได้อย่างไรบ้าง

1.ฟังเสียงพนักงานก่อนจัด Outing

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Outing ไม่ได้ใจพนักงานเท่าที่ควรคือ พนักงานไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจหรือออกความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรมที่จัดขึ้นว่าควรไปที่ไหน ควรมีกิจกรรมอะไร ดังนั้นหากต้องการให้งานราบรื่น ควรเริ่มจากการสอบถามความต้องการของพนักงาน ว่าพวกเขาอยากไปที่ไหน อยากทำกิจกรรมแบบใด เพื่อให้ได้แนวทางในการจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับความสนใจและตอบโจทย์ของทุกคน

2. มีตัวเลือกให้พนักงานเลือกเยอะ ๆ

ดังที่กล่าวว่า ไม่ใช่ทุกคนที่ชอบกิจกรรมแบบเดียวกัน การจัดกิจกรรม Outing ที่ดีควรให้พนักงานมีตัวเลือกในการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การจัดกิจกรรมหลายรูปแบบในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมเชิงกีฬาหรือกิจกรรมผ่อนคลาย เพื่อให้พนักงานสามารถเลือกได้ตามความสนใจของตนเอง หรือสามารถเลือกได้แม้กระทั่งว่า จะพักผ่อนตามอัธยาสัย ไม่สุงสิงกับใครก็ได้ สิ่งนี้จะทำให้พนักงานรู้สึกว่าพวกเขามีอิสระและอย่างน้อยก็มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

3. เลือกสถานที่ เปลี่ยนบรรยากาศให้แปลกใหม่ 

การไปเที่ยวสถานที่เดิม ๆ หลายปีติดต่อกันอาจทำให้พนักงานเบื่อหน่าย ดังนั้นองค์กรควรเลือกสถานที่ที่แปลกใหม่ หรือสร้างบรรยากาศที่ทำให้พนักงานรู้สึกว่าได้ออกจากสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย

อาจเป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ หรือที่ที่มีแนวคิดในการสร้างแรงบันดาลใจ เช่น ฟาร์มเกษตรอินทรีย์ หรือสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่น่าสนใจ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้พนักงาน

4.เปลี่ยนจากจัด Outing เป็นการเพิ่มวันหยุดให้พนักงาน

พอกิจกรรมและตัวเลือกที่พนักงานต้องการมีเยอะขึ้น แน่นอนว่างานของ HR จะต้องเยอะขึ้นตามไปด้วย รวมถึงต้นทุนการจัด Outing ที่อาจจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวด้วย

ดังนั้นอีกวิธีที่ทำได้สำหรับองค์กรที่ยังไม่พร้อมจัด Outing ก็คือการเพิ่มวันหยุดยาวให้กับพนักงานแทน อย่างน้อยพนักงานจะได้ใช้เวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ แล้วเอาเวลานั้นไปทำในสิ่งที่จะช่วยชาร์จพลังให้ตัวเอง ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณได้ไม่น้อย

5.ไม่ต้องจัด Outing แต่จัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์หลังเลิกงานแทน

หากไม่มีงบประมาณในการจัด Outings ภายนอกบริษัท อาจลองเปลี่ยนมาจัดกิจกรรม Team Building กันในองค์กรก็ได้ ซึ่งบางทีก็ไม่ต้องคิดอะไรให้ยุ่งยาก ขอแค่เลิกงานแล้วนั่งจับกลุ่มเล่นบอร์ดเกมด้วยกัน แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้พนักงานรู้สึกผูกพัน มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน โดยอาจไม่จำเป็นต้องขนกันออกไปนอกออฟฟิศหลายวันติด




ขอบคุณที่มา : https://th.hrnote.asia

 1055
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจ Digital HR, บทบาทของ HR 2026 และเหตุผลที่องค์กรยุคใหม่ไม่ควรมองข้ามการปรับตัวด้านงานบุคคล

หลังจากที่ระบบของสำนักงานประกันสังคม ใช้ฐาน “เพดานค่าจ้าง 15,000 บาท/เดือน” เพื่อคำนวณเงินสมทบสำหรับผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 มาเป็นเวลานาน เศรษฐกิจและค่าครองชีพเปลี่ยนแปลงไปมาก ทำให้การคำนวณเพดานจากฐานเก่าไม่สะท้อนรายได้จริงของแรงงานหลายคนอีกต่อไป

ปัญหาทำเงินเดือนแต่ละเดือนเหมือนแข่งกับเวลา มักเกิดจากความยุ่งยากในขั้นตอนการจัดทำเงินเดือนที่มีหลายขั้นตอนทั้งการรวบรวมข้อมูล คำนวณ รายงาน และสรุป ก่อนจ่ายเงิน โดยขั้นตอนเหล่านี้มักเปลี่ยนไปในแต่ละเดือนตามจำนวนพนักงาน การบันทึกเวลา การคำนวณโอที การหักค่าลดหย่อน ฯลฯ ทำให้ต้องใช้เวลามากและความกดดันที่เพิ่มขึ้นเมื่อใกล้วันจ่ายเงินเดือน
ทำไมต้องยื่นขึ้นทะเบียนนายจ้าง และ ใครที่ต้องยื่นขึ้นทะเบียนนายจ้างบ้าง?
การประเมินผลการทำงานสำหรับพนักงานที่มีเป้าหมายชัดเจน เช่น พนักงานขายที่ต้องทำยอดให้ได้ตามเป้านั้นไม่ยากเท่ากับการประเมินผลพนักงานในฝ่ายสนับสนุนที่ลักษณะงานไม่ได้วัดกันด้วยจำนวนตัวเลข บริษัทจึงต้องหาวิธีวัดผลในมิติต่าง ๆ มาประมวลเข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถประเมินผลงานได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด อันจะเป็นประโยชน์แก่ตัวพนักงานเองและเป็นประโยชน์ต่อองค์กรด้วย หากคุณกำลังมองหาวิธีประเมินผลพนักงาน 10 วิธีนี้วัดจากอะไรบ้าง รวบรวมอยู่ในบทความนี้แล้วค่ะ
การคำนวณค่าแรงแบบออฟชอร์ (Offshore Wage Calculation) มักใช้กับพนักงานที่ทำงานในพื้นที่ทะเล เช่น แท่นขุดเจาะน้ำมัน หรืออุตสาหกรรมเดินเรือ โดยมีลักษณะพิเศษและวิธีคำนวณที่แตกต่างจากงานทั่วไป ดังต่อไปนี้
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์