6 สิ่งที่เจ้านายไม่ควรขอจากลูกน้อง

6 สิ่งที่เจ้านายไม่ควรขอจากลูกน้อง



การเป็นเจ้านายนั้น ไม่ใช่ว่านึกอยากจะขอให้ลูกน้องทำอะไรก็ได้ โดยไม่คำนึงว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร เขาเต็มใจทำหรือไม่ แต่เจ้านายที่ดีควรฟังเสียงลูกน้อง แม้เขาจะไม่ได้บอกกับคุณโดยตรง แต่ประเด็นต่อไปนี้ คือสิ่งที่ลูกน้องอยากจะบอกกับเจ้านายทั้งหลายว่า อย่าขอจากพวกเขาเลย

• ขอให้พนักงานคนหนึ่งทำในสิ่งเดียวกับที่ขอให้อีกคนหนึ่งทำ คุณมอบหมายงานชิ้นหนึ่งให้นาย ก. ทำ แต่เมื่อถึงวันใกล้ส่งงาน คุณกลับไม่มั่นใจกลัวว่านาย ก. จะทำไม่เสร็จ คุณจึงมอบหมายให้ นาย ข. ทำแทน หากคุณทำเช่นนี้ ไม่เป็นผลดีต่อฝ่ายใดเลย นาย ก. จะเกิดความคับข้องใจว่า คุณไม่ไว้วางใจเขา ไม่เชื่อมั่นในตัวเขา ส่วนนายข. ก็จะคิดว่าคุณโยนงานของนาย ก. มาให้ หากคุณกลัวว่างาน จะไม่เสร็จ คุณไม่ควรเอางานนี้ไปให้นาย ข. ทำ แต่ควรให้คำแนะนำ นาย ก. ว่าจะทำอย่างไรให้งานนี้สำเร็จมากกว่า

• ขอให้พนักงานทำงานในเวลาอาหารโดยไม่มีการเลี้ยงอาหาร เช่น การประชุมในช่วงเช้าที่ล่วงเลยไปถึงช่วงเวลาพักเที่ยง ในขณะที่ พนักงานคนอื่น ๆ ได้ไปพักรับประทานอาหาร แต่พนักงานที่เข้าประชุม ซึ่งคุณต้องการระดมความคิด รวบรวมไอเดียใหม่ ๆ จากพวกเขา กลับไม่ได้รับการเอาใจใส่ แล้วพวกเขาจะมีความคิดดี ๆ มานำเสนอได้อย่างไร

• ขอให้พนักงานไปร่วมกิจกรรมนอกเวลางาน เช่น ปาร์ตี้ส่วนตัว งานวันเกิด ไปตีกอล์ฟ หรือคอนเสิร์ตการกุศล เพราะลูกน้องย่อมอยากมีเวลาส่วนตัวของตัวเองบ้าง การที่พนักงานต้องไปร่วมงานต่าง ๆ กับเจ้านายแม้จะนอกเวลางานก็ตาม เขาจะรู้สึกเหมือนต้องทำงานอยู่ตลอดเวลา และเจ้านายก็มักจะใช้คำพูดในเชิงกดดัน ทำให้เขาไม่มีทางเลือก หากคุณคิดจะจัดงาน หรือเข้าร่วมงานใด ๆ ก็ตาม และต้องการให้พนักงานเข้าร่วมด้วย ควรเป็นงานที่คนส่วนใหญ่สนใจและยินดีที่จะเข้าร่วม ไม่ใช่งานที่ถูกบังคับให้ไป

• ขอให้พนักงานประเมินตัวเอง พนักงานฝีมือดีจะเกิดความสงสัยว่า คุณไม่เห็นหรือว่าเขาทำงานดีแค่ไหน ทำไมต้องให้เขาทำการประเมินตัวเองด้วย ในขณะที่พนักงานที่ด้อยความสามารถก็มักจะประเมินตัวเองดีกว่าความเป็นจริง จึงเป็นการเสียเวลาเปล่า หากคุณต้องการทราบความคิดเห็นของพนักงาน ควรถามตรง ๆ ไปเลยว่า เขาต้องการให้คุณ ช่วยพัฒนาทักษะ หรือส่งเสริมความก้าวหน้าในด้านไหนบ้าง

• ขอให้พนักงานประเมินเพื่อนร่วมงาน พนักงานไม่ชอบที่จะต้องวิพากษ์วิจารณ์เพื่อนร่วมงานให้เจ้านายฟัง และในขณะเดียวกันก็ไม่อยากเป็นคนที่ถูกพูดถึงด้วย หากคุณต้องการรู้ลึกเกี่ยวกับการทำงานของพนักงาน ควรสังเกตพนักงานของคุณ แทนที่จะถามจากคนอื่น

• ขอให้พนักงานทำในสิ่งที่คุณไม่ทำ ลูกน้องไม่ใช่กระโถนท้องพระโรงที่ใคร ๆ ก็มารุมใช้ให้ทำงานที่คุณไม่อยากทำ หากเกิดปัญหาใด ๆ ขึ้นคุณลูกน้องก็ต้องรับหน้าเสื่อแทน ทั้ง ๆ ที่ลูกน้องอยากให้เจ้านายเป็นฝ่ายปกป้องเขา ไม่ใช่ลูกน้องต้องเป็นฝ่ายรับหน้าแทนเจ้านายไปเสียทุกอย่าง



บทความโดย : th.jobsdb.com
ประกาศบทความโดย : www.prosofthrmi.com
 5267
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจ Digital HR, บทบาทของ HR 2026 และเหตุผลที่องค์กรยุคใหม่ไม่ควรมองข้ามการปรับตัวด้านงานบุคคล

หลังจากที่ระบบของสำนักงานประกันสังคม ใช้ฐาน “เพดานค่าจ้าง 15,000 บาท/เดือน” เพื่อคำนวณเงินสมทบสำหรับผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 มาเป็นเวลานาน เศรษฐกิจและค่าครองชีพเปลี่ยนแปลงไปมาก ทำให้การคำนวณเพดานจากฐานเก่าไม่สะท้อนรายได้จริงของแรงงานหลายคนอีกต่อไป

ปัญหาทำเงินเดือนแต่ละเดือนเหมือนแข่งกับเวลา มักเกิดจากความยุ่งยากในขั้นตอนการจัดทำเงินเดือนที่มีหลายขั้นตอนทั้งการรวบรวมข้อมูล คำนวณ รายงาน และสรุป ก่อนจ่ายเงิน โดยขั้นตอนเหล่านี้มักเปลี่ยนไปในแต่ละเดือนตามจำนวนพนักงาน การบันทึกเวลา การคำนวณโอที การหักค่าลดหย่อน ฯลฯ ทำให้ต้องใช้เวลามากและความกดดันที่เพิ่มขึ้นเมื่อใกล้วันจ่ายเงินเดือน
ทำไมต้องยื่นขึ้นทะเบียนนายจ้าง และ ใครที่ต้องยื่นขึ้นทะเบียนนายจ้างบ้าง?
การประเมินผลการทำงานสำหรับพนักงานที่มีเป้าหมายชัดเจน เช่น พนักงานขายที่ต้องทำยอดให้ได้ตามเป้านั้นไม่ยากเท่ากับการประเมินผลพนักงานในฝ่ายสนับสนุนที่ลักษณะงานไม่ได้วัดกันด้วยจำนวนตัวเลข บริษัทจึงต้องหาวิธีวัดผลในมิติต่าง ๆ มาประมวลเข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถประเมินผลงานได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด อันจะเป็นประโยชน์แก่ตัวพนักงานเองและเป็นประโยชน์ต่อองค์กรด้วย หากคุณกำลังมองหาวิธีประเมินผลพนักงาน 10 วิธีนี้วัดจากอะไรบ้าง รวบรวมอยู่ในบทความนี้แล้วค่ะ
การคำนวณค่าแรงแบบออฟชอร์ (Offshore Wage Calculation) มักใช้กับพนักงานที่ทำงานในพื้นที่ทะเล เช่น แท่นขุดเจาะน้ำมัน หรืออุตสาหกรรมเดินเรือ โดยมีลักษณะพิเศษและวิธีคำนวณที่แตกต่างจากงานทั่วไป ดังต่อไปนี้
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์