ค่านิยม และความเชื่อในการทำงาน ที่ไม่ค่อยน่าเชื่อ

ค่านิยม และความเชื่อในการทำงาน ที่ไม่ค่อยน่าเชื่อ



ในการทำงานทุกองค์กรล้วนแล้วแต่มีค่านิยม ความเชื่อ รวมไปถึงวัฒนธรรมการทำงานที่แตกต่างกันออกไป บางความเชื่อและค่านิยม ก็เป็นสิ่งที่ดีที่ควร บางความเชื่อก็ถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป บางความเชื่อก็ไม่ควรจะมีอีกแล้วในการทำงานยุคปัจจุบัน วันนี้เราลองมาดูค่านิยมและความเชื่อในการทำงานแปลกๆ กันหน่อยนะครับ

• เชื่อว่าพนักงานที่มีผลงานดี คือพนักงานที่ใช้ชั่วโมงการทำงานในบริษัทนานกว่าคนอื่น ความเชื่อนี้ยังมีอยู่ในองค์กรบ้านเราครับ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ นายมักจะมองพนักงานที่อยู่ทำงานดึกๆ ดื่นๆ ว่าเป็นพนักงานที่มีความทุ่มเทต่อองค์กร และมักจะให้ผลงานพนักงานกลุ่มนี้ในเกณฑ์ดีเสมอ ประเด็นคือ ยิ่งอยู่ดึก แปลว่าพนักงานทุ่มเทจริงๆ หรือ หรือจริงๆ ก็คือ พนักงานคนนั้นทำงานไม่เป็น เลยต้องเสียเวลาทำใหม่อยู่เรื่อยไป สุดท้ายก็เลยต้องใช้เวลานานกว่าคนอื่น

• เชื่อว่าพนักงานที่มาทำงานตรงเวลา และกลับบ้านตรงเวลาเป๊ะนั้น แปลว่าไม่มีความทุ่มเทต่อการทำงาน ความเชื่อนี้ เป็นผลมาจากความเชื่อแรกครับ นายบางคนชอบพนักงานที่มาทำงานแต่เช้าตรู่ มาตอกบัตรแต่เช้ามืด และถ้ายิ่งอยู่บริษัทดึกๆ ยิ่งดี นายกลุ่มนี้จะไม่ชอบพนักงานที่มาทำงานตรงเวลา และกลับตรงเวลา เพราะเขารู้สึกว่า ไม่มีความทุ่มเทใดๆ ให้กับองค์กรเลย

• เชื่อว่าพนักงานที่ดีคือ พนักงานที่เชื่อฟังคำสั่งของหัวหน้า นายและหัวหน้าชอบความเชื่อนี้มาก เพราะถ้ามีลูกน้องที่เชื่อฟัง ก็จะทำให้การทำงานราบรื่นดี สั่งอะไรก็ได้ไปหมด และหัวหน้าส่วนใหญ่ก็จะรักลูกน้องแบบนี้มากกว่าลูกน้องที่ชอบคิดและเถียงในการทำงาน เถียงในที่นี้ก็คือ มีข้อเสนอแนะแปลกๆ ใหม่ๆ เพื่อทำให้งานดีขึ้น แต่เชื่อหรือไม่ว่า หัวหน้าบางส่วนไม่ชอบลูกน้องแบบนี้เลย เขาอ้างว่าบริหารยาก ไม่เชื่อฟัง สั่งอะไรก็ยากไปหมด ทั้งๆ ที่ลูกน้องเองมองว่าตนเองพยายามที่จะทำให้งานดีขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น อะไรที่ทำแล้วไม่ดี ก็พยายามคิดที่จะเปลี่ยนแปลง

• เชื่อว่าพนักงานยิ่งอยู่นาน ยิ่งรักองค์กร ความเชื่อนี้เกิดขึ้นกับเถ้าแก่ในหลายๆ องค์กรในอดีต เนื่องจากยังไม่มีการทำตัวชี้วัดผลงานชัดเจน ดังนั้น สิ่งที่เถ้าแก่เชื่อก็คือ พนักงานคนไหนที่อยู่กับองค์กรนานๆ นั้นแปลว่าเขารักองค์กร และจะต้องตอบแทนและเลี้ยงดูพนักงานกลุ่มนี้ให้ดีเป็นพิเศษ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว พนักงานอยู่นานๆ ไม่ได้แปลว่า รักองค์กรเสมอไปจริงมั้ยครับ บางคนอยู่นานเพราะไม่มีที่จะไป ก็เลยต้องอยู่ต่อไปเรื่อยๆ ยิ่งไปกว่านั้นบางคนยิ่งอยู่นานยิ่งขี้เกียจ ผลงานไม่ออกเลยก็มี แต่คนที่อยู่นานและรักองค์กร ทุ่มเททำงานให้องค์กรก็มีนะครับ ไม่ใช่ไม่มี

ความเชื่อเหล่านี้ ยังคงฝังรากลึกอยู่ในหลายองค์กรในบ้านเรา ทั้งๆ ที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แต่บางครั้ง ความเชื่อเหล่านี้ ก็เปลี่ยนแปลงได้ยากมากครับ เช่นเรื่องเวลาทำงาน ผมยังเห็นหลายองค์กรเชื่อเรื่องของ การทำงานแบบมี Productivity ก็คือ ทำงานนานๆ ใช้เวลาในองค์กรนานกว่าคนอื่น ซึ่งโดยส่วนตัวผมเอง ไม่ค่อยเชื่อแบบนั้น คนที่มี Productivity จริงๆ คือคนที่ทำงาน 1 ชิ้นได้สำเร็จ โดยใช้เวลาน้อยกว่าคนอื่น ซึ่งถ้าเขาทำได้ดีๆ เขาก็น่าจะมีเวลาว่างเพื่อพัฒนางาน หรือพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นได้

แต่ก็อีกครับ บางคนเห็นลูกน้องนั่งอ่านหนังสือ ก็ไม่ถามให้ชัดเจนเสียก่อน ตำหนิทันทีว่า “ไม่มีงานทำหรือไง ว่างมากหรือ” ซึ่งจริงๆ แล้วพนักงานคนนั้นอาจจะทำงานเสร็จไปนานแล้วก็ได้



บทความโดย : คุณประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร
ประกาศบทความโดย : www.prosofthrmi.com
 5204
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจ Digital HR, บทบาทของ HR 2026 และเหตุผลที่องค์กรยุคใหม่ไม่ควรมองข้ามการปรับตัวด้านงานบุคคล

หลังจากที่ระบบของสำนักงานประกันสังคม ใช้ฐาน “เพดานค่าจ้าง 15,000 บาท/เดือน” เพื่อคำนวณเงินสมทบสำหรับผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 มาเป็นเวลานาน เศรษฐกิจและค่าครองชีพเปลี่ยนแปลงไปมาก ทำให้การคำนวณเพดานจากฐานเก่าไม่สะท้อนรายได้จริงของแรงงานหลายคนอีกต่อไป

ปัญหาทำเงินเดือนแต่ละเดือนเหมือนแข่งกับเวลา มักเกิดจากความยุ่งยากในขั้นตอนการจัดทำเงินเดือนที่มีหลายขั้นตอนทั้งการรวบรวมข้อมูล คำนวณ รายงาน และสรุป ก่อนจ่ายเงิน โดยขั้นตอนเหล่านี้มักเปลี่ยนไปในแต่ละเดือนตามจำนวนพนักงาน การบันทึกเวลา การคำนวณโอที การหักค่าลดหย่อน ฯลฯ ทำให้ต้องใช้เวลามากและความกดดันที่เพิ่มขึ้นเมื่อใกล้วันจ่ายเงินเดือน
ทำไมต้องยื่นขึ้นทะเบียนนายจ้าง และ ใครที่ต้องยื่นขึ้นทะเบียนนายจ้างบ้าง?
การประเมินผลการทำงานสำหรับพนักงานที่มีเป้าหมายชัดเจน เช่น พนักงานขายที่ต้องทำยอดให้ได้ตามเป้านั้นไม่ยากเท่ากับการประเมินผลพนักงานในฝ่ายสนับสนุนที่ลักษณะงานไม่ได้วัดกันด้วยจำนวนตัวเลข บริษัทจึงต้องหาวิธีวัดผลในมิติต่าง ๆ มาประมวลเข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถประเมินผลงานได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด อันจะเป็นประโยชน์แก่ตัวพนักงานเองและเป็นประโยชน์ต่อองค์กรด้วย หากคุณกำลังมองหาวิธีประเมินผลพนักงาน 10 วิธีนี้วัดจากอะไรบ้าง รวบรวมอยู่ในบทความนี้แล้วค่ะ
การคำนวณค่าแรงแบบออฟชอร์ (Offshore Wage Calculation) มักใช้กับพนักงานที่ทำงานในพื้นที่ทะเล เช่น แท่นขุดเจาะน้ำมัน หรืออุตสาหกรรมเดินเรือ โดยมีลักษณะพิเศษและวิธีคำนวณที่แตกต่างจากงานทั่วไป ดังต่อไปนี้
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์