จะมีสักกี่คนที่วางแผนพัฒนาลูกน้องของตนเองอย่างจริงจัง

จะมีสักกี่คนที่วางแผนพัฒนาลูกน้องของตนเองอย่างจริงจัง



หลายๆ องค์กรมีการกำหนดนโยบายเรื่องของการพัฒนาพนักงาน มีการใช้เครื่องมือในการพัฒนาคนในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Competency หรือ Training Roadmap หรือ IDP ฯลฯ อะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย ถามว่าเครื่องมือเหล่านี้ใครเป็นคนใช้กันแน่ระหว่าง ฝ่ายบุคคล กับผู้จัดการตามสายงาน

มีองค์กรจำนวนมากที่มีการวางระบบการพัฒนาคน มีเครื่องมือการพัฒนาต่างๆ มากมาย แต่ก็แค่มีระบบ แต่ไม่ได้เอาไปใช้อย่างจริงจังเลย เวลาถามว่ามีระบบต่างๆ ในการพัฒนาคนหรือไม่ คำตอบก็คือมี แต่พนักงานกลับไม่ได้ถูกพัฒนาอะไรเลย ทั้งๆ ที่มีระบบวางไว้อย่างชัดเจน

ระบบการพัฒนาพนักงานเหล่านี้ จะต้องมีการสนับสนุนให้ผู้จัดการ และหัวหน้างานได้ใช้อย่างจริงจัง

คำถามที่ผมมักจะถามหัวหน้างาน หรือผู้จัดการก็คือ ท่านมีการวางแผนพัฒนาพนักงานของท่านสักแค่ไหน

สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ก็คือหัวหน้ากับลูกน้อง ต่างคนก็ต่างทำงานกันไป ไม่เคยมานั่งคุยกันในเรื่องของการวางแผนพัฒนากันเลยด้วยซ้ำไป ผลก็คือ พนักงานไม่ถูกพัฒนาอย่างถูกทาง สาเหตุเกิดจากอะไรบ้าง

• หัวหน้าไม่รู้ว่าพนักงานจะต้องพัฒนาอะไร สาเหตุนี้เป็นสาเหตุหลักเลยที่ทำให้พนักงานไม่ได้รับการพัฒนาอะไรเลย เพราะหัวหน้ามองไม่ออกว่าลูกน้องตนเองมีจุดอ่อน และจุดแข็งอะไรบ้าง พอมองไม่ออก ก็เลยไม่รู้ว่าจะต้องวางแผนพัฒนาอะไรกันบ้าง ผลสุดท้ายก็คือต่างคนต่างทำงานกันไปตามยถากรรม

• ระบบประเมินผลงานใช้งานไม่ได้ สาเหตุนี้ก็เกิดมาจากหัวหน้าไม่สามารถประเมินผลงานพนักงานได้ ไม่รู้ว่าลูกน้องคนไหนผลงานดี หรือไม่ดี สุดท้ายก็เลยไม่สามารถเอาผลการประเมินมาวางแผนในการพัฒนาพนักงานได้เลย

• หัวหน้าไม่ใส่ใจลูกน้อง ประเด็นนี้เกิดขึ้นก็เนื่องจากหัวหน้าไม่เคยเข้าใจในเรื่องของการบริหารจัดการที่ว่าจะให้พนักงานสร้างผลงานที่ดีขึ้นนั้น จะต้องได้รับการพัฒนาทั้งในด้านความรู้ และทักษะต่างๆ ให้ดีขึ้นอยู่เสมอ

ผลสุดท้ายที่เกิดขึ้นก็คือ พนักงานแต่ละคนจะไม่ได้รับการวางแผนการพัฒนาจากหัวหน้าตัวเองเลย แต่ที่พนักงานถูกส่งไปฝึกอบรมบ้างนั้น ก็มาจากการที่ฝ่ายบุคคลส่งหลักสูตรมาให้กับหัวหน้า หรือไม่ก็เป็น KPI ของหัวหน้าที่จะต้องส่งพนักงานเข้าฝึกอบรมโดยวัดเป็นจำนวนชั่วโมงฝึกอบรม ก็เลยสักแต่ว่าส่งๆ ไป เพื่อให้ได้ชั่วโมงตามที่กำหนด โดยไม่มีการมานั่งพิจารณาวางแผนการพัฒนากันอย่างจริงจังเลย

บางองค์กรที่มีการพัฒนากันอย่างจริงจัง หัวหน้ากับลูกน้องในช่วงต้นปี ก็จะเอาผลการประเมินปีที่ผ่านมา พร้อมกับจุดแข็งจุดอ่อนต่างๆ มาคุยกัน พร้อมกับตั้งเป้าหมายว่าปีนี่จะต้องได้รับการพัฒนาอะไร เพื่อที่จะเติบโตต่อไปยังตำแหน่งอะไรต่อไปได้บ้าง ต้องใช้เวลาอีกกี่ปี ผลงานจะต้องออกมาเป็นอย่างไร ฯลฯ กำหนดออกมาให้ชัดเจน

รวมถึงแนวทางในการพัฒนาที่ชัดเจนมาก ไม่ใช่แค่เพียงการส่งไปฝึกอบรมอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีการสอนงาน การเป็นพี่เลี้ยง ฯลฯ ในแต่ละทักษะที่ต้องการจะให้พัฒนาอีกด้วย

แต่เชื่อหรือไม่ครับว่า มีน้อยองค์กรมากที่หัวหน้างาน หรือผู้จัดการจะทำการวางแผนแบบนี้ ลองพิจารณาจากองค์กรของท่านเองก็ได้ครับ ว่ามีผู้จัดการหรือหัวหน้างานสักกี่คนที่มีการวางแผนการพัฒนาพนักงานรายบุคคลอย่างจริงจังบ้าง



บทความโดย : คุณประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร
ประกาศบทความโดย : www.prosofthrmi.com
 3824
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจ Digital HR, บทบาทของ HR 2026 และเหตุผลที่องค์กรยุคใหม่ไม่ควรมองข้ามการปรับตัวด้านงานบุคคล

หลังจากที่ระบบของสำนักงานประกันสังคม ใช้ฐาน “เพดานค่าจ้าง 15,000 บาท/เดือน” เพื่อคำนวณเงินสมทบสำหรับผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 มาเป็นเวลานาน เศรษฐกิจและค่าครองชีพเปลี่ยนแปลงไปมาก ทำให้การคำนวณเพดานจากฐานเก่าไม่สะท้อนรายได้จริงของแรงงานหลายคนอีกต่อไป

ปัญหาทำเงินเดือนแต่ละเดือนเหมือนแข่งกับเวลา มักเกิดจากความยุ่งยากในขั้นตอนการจัดทำเงินเดือนที่มีหลายขั้นตอนทั้งการรวบรวมข้อมูล คำนวณ รายงาน และสรุป ก่อนจ่ายเงิน โดยขั้นตอนเหล่านี้มักเปลี่ยนไปในแต่ละเดือนตามจำนวนพนักงาน การบันทึกเวลา การคำนวณโอที การหักค่าลดหย่อน ฯลฯ ทำให้ต้องใช้เวลามากและความกดดันที่เพิ่มขึ้นเมื่อใกล้วันจ่ายเงินเดือน
ทำไมต้องยื่นขึ้นทะเบียนนายจ้าง และ ใครที่ต้องยื่นขึ้นทะเบียนนายจ้างบ้าง?
การประเมินผลการทำงานสำหรับพนักงานที่มีเป้าหมายชัดเจน เช่น พนักงานขายที่ต้องทำยอดให้ได้ตามเป้านั้นไม่ยากเท่ากับการประเมินผลพนักงานในฝ่ายสนับสนุนที่ลักษณะงานไม่ได้วัดกันด้วยจำนวนตัวเลข บริษัทจึงต้องหาวิธีวัดผลในมิติต่าง ๆ มาประมวลเข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถประเมินผลงานได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด อันจะเป็นประโยชน์แก่ตัวพนักงานเองและเป็นประโยชน์ต่อองค์กรด้วย หากคุณกำลังมองหาวิธีประเมินผลพนักงาน 10 วิธีนี้วัดจากอะไรบ้าง รวบรวมอยู่ในบทความนี้แล้วค่ะ
การคำนวณค่าแรงแบบออฟชอร์ (Offshore Wage Calculation) มักใช้กับพนักงานที่ทำงานในพื้นที่ทะเล เช่น แท่นขุดเจาะน้ำมัน หรืออุตสาหกรรมเดินเรือ โดยมีลักษณะพิเศษและวิธีคำนวณที่แตกต่างจากงานทั่วไป ดังต่อไปนี้
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์