พ.ร.บ.แรงงานฉบับใหม่ 2568 สรุปสั้น อ่านจบใน 3 นาที

พ.ร.บ.แรงงานฉบับใหม่ 2568 สรุปสั้น อ่านจบใน 3 นาที


กฎหมายแรงงานไทยเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี เมื่อ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ถูกประกาศใช้ ส่งผลกระทบโดยตรงทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง มีสาระสำคัญดังนี้

  1. วันบังคับใช้

    • ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2568

    • มีกำหนดให้ใช้บังคับเมื่อพ้น 30 วันนับจากวันประกาศ — คือ 7 ธันวาคม 2568

  2. สิทธิลาคลอด (Maternity Leave) ขยาย

    • ลูกจ้างหญิงที่ตั้งครรภ์มีสิทธิลาคลอดได้สูงสุด 120 วัน ต่อการตั้งครรภ์

    • นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้ในระหว่างลา ไม่เกิน 60 วัน (จ่ายเต็มตามค่าจ้างวันทำงาน)

  3. สิทธิลาต่อเพื่อดูแลบุตร (Infant-care Leave)

    • ลูกจ้างหญิงที่ลาไปคลอดแล้ว ถ้าบุตร “มีภาวะเจ็บป่วย / ความผิดปกติ / พิการ” สามารถลาต่อได้อีก ไม่เกิน 15 วัน โดยต้องมีใบรับรองแพทย์ประกอบ

    • ขณะลานี้ นายจ้างจ่ายค่าจ้าง ร้อยละ 50 ของค่าจ้างปกติ 

  4. สิทธิลาพ่อ (Paternity / ช่วยภรรยาคลอด)

    • ลูกจ้าง (เช่น พ่อ หรือคู่สมรส) มีสิทธิลาช่วยภรรยาคลอดบุตร 15 วัน

    • ใช้สิทธินี้ภายใน 90 วันนับจากวันที่คลอดบุตร

    • นายจ้างจ่ายค่าจ้างเต็ม (วันทำงาน) สำหรับช่วงลานี้ (ไม่เกิน 15 วัน)

  5. คุ้มครองลูกจ้างเหมาบริการของหน่วยงานรัฐ

    • เพิ่มบทบัญญัติ (มาตรา 4/1) ให้ “บุคคลธรรมดา”ที่จ้างเหมาบริการ (เช่นหน่วยงานรัฐ, รัฐวิสาหกิจ,องค์การสาธารณะ) เมื่อมีลักษณะการทำงานที่ “อยู่ภายใต้การควบคุม /กำกับดูแล” ต้องได้รับสิทธิเทียบเท่าลูกจ้างตาม พ.ร.บ.แรงงาน (วันลา, วันหยุด, เวลาทำงาน ฯลฯ)

    • ในกรณีข้อพิพาทแรงงาน คนกลุ่มนี้สามารถใช้สิทธิฟ้อง “ศาลแรงงาน” (Labour Court) ได้เช่นเดียวกับลูกจ้างทั่วไป

  6. รายงานสถานภาพการจ้างงาน

    • นายจ้างที่มีลูกจ้าง ตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ต้องส่ง “แบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน”ประจำปีให้กรมแรงงาน (หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ)

    • จุดประสงค์คือให้หน่วยงานแรงงานมีข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับเงื่อนไขการจ้างงานของลูกจ้างในองค์กรต่าง ๆ

  7. แนวคิดหลักของการแก้กฎหมาย

    • กฎหมายฉบับนี้เน้น การยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน โดยเฉพาะ “แรงงานหญิง” และ “แรงงานครอบครัว” เพื่อให้มีความมั่นคงชีวิตมากขึ้น

    • ยังเป็นการปรับให้ “แรงงานเหมาค่าใช้บริการในภาครัฐ” ได้สิทธิคุ้มครองมากขึ้น — ลดช่องว่างระหว่างลูกจ้างประจำและลูกจ้างเหมาบริการ 

จุดที่ควรระวัง /ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

  • ภาระต้นทุนนายจ้าง: การเพิ่มสิทธิลาคลอด, สิทธิลาพ่อ, และสิทธิลาดูแลบุตร อาจเพิ่มต้นทุนสำหรับนายจ้าง โดยเฉพาะ SME หรือบริษัทขนาดเล็ก

  • การปรับระบบ HR / Payroll: นโยบายและระบบงานภายใน (เช่นกฎการลา, ระบบเงินเดือน) ต้องถูกปรับให้รองรับวันลาใหม่ การจ่ายค่าจ้างตามเงื่อนไขใหม่ 

  • การตรวจสอบการใช้งานสิทธิ: นายจ้างอาจต้องวางมาตรการให้พนักงานใช้สิทธิตามกฎหมายอย่างถูกต้อง (เช่น ต้องใช้ใบรับรองแพทย์เมื่อลาดูแลบุตร)

  • การใช้กฎหมายจริง: ต้องติดตาม “กฎกระทรวง”หรือระเบียบเพิ่มเติม (ถ้ามี) เพื่อให้เข้าใจเงื่อนไขแบบละเอียด เช่น ว่าจะมีการกำหนด “จำนวนเงินจ่าย”ที่แน่นอนยังไง





 4031
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นหน้าที่สำคัญที่ผู้มีรายได้ทุกคนต้องปฏิบัติอย่างถูกต้องและครบถ้วน เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายและเพื่อประโยชน์สูงสุดของ ในบทความนี้จะมาสรุปสิ่งที่ควรรู้ก่อนการยื่นภาษี เพื่อให้คุณสามารถยื่นภาษีได้อย่างถูกต้องและคุ้มค่าที่สุด ซึ่งกำหนดให้ยื่นแบบระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคมของปีถัดไป และถ้ายื่นทางออนไลน์ ปีนี้ยื่นได้ถึง 8 เมษายน 2569  
รูปแบบการประเมินผลงานและพฤติกรรมพนักงานที่ต่างกัน “ตามมุมมองของผู้ให้คะแน

ราชกิจจาฯ ประกาศให้แรงงานหญิงลาคลอด ประกาศ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฉบับแก้ไขใหม่ โดยมีผลบังคับใช้งานในวันที่  9/12/2025  มีการปรับเพิ่มเติมดังนี้

ในการจัดการเวลาทำงาน แบบ Real-time  (Time Attendance) คือการทำให้ ข้อมูลการเข้า-ออกงาน (Log Data) ถูก ส่งไปยังโปรแกรม/ฐานข้อมูลทันที ที่พนักงานสแกนนิ้ว ทำให้ฝ่ายบุคคล (HR) สามารถดูและประมวลผลข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรอการดาวน์โหลดข้อมูลในภายหลัง
การจัดการกะทำงานที่ซับซ้อนในโรงงานอาจทำให้การคำนวณค่าแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าล่วงเวลา (OT) และค่ากะ มีความผิดพลาดและใช้เวลานาน นี่คือ 5 วิธีที่ HR โรงงานสามารถนำไปปรับใช้เพื่อทำให้กระบวนการคำนวณค่าแรงง่ายและแม่นยำขึ้น
ในบทความนี้จะพูดถึงเรื่องการบริหารทีมงานให้มี Engagement สูงในยุค Hybrid Work  เป็นเรื่องที่หลายองค์กรกำลังเผชิญอยู่ เพราะพนักงานทำงานทั้งในออฟฟิศและที่บ้าน การสร้างความผูกพันจึงไม่ง่ายเหมือนเดิม
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์