
วันบังคับใช้
ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2568
มีกำหนดให้ใช้บังคับเมื่อพ้น 30 วันนับจากวันประกาศ — คือ 7 ธันวาคม 2568
สิทธิลาคลอด (Maternity Leave) ขยาย
ลูกจ้างหญิงที่ตั้งครรภ์มีสิทธิลาคลอดได้สูงสุด 120 วัน ต่อการตั้งครรภ์
นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้ในระหว่างลา ไม่เกิน 60 วัน (จ่ายเต็มตามค่าจ้างวันทำงาน)
สิทธิลาต่อเพื่อดูแลบุตร (Infant-care Leave)
ลูกจ้างหญิงที่ลาไปคลอดแล้ว ถ้าบุตร “มีภาวะเจ็บป่วย / ความผิดปกติ / พิการ” สามารถลาต่อได้อีก ไม่เกิน 15 วัน โดยต้องมีใบรับรองแพทย์ประกอบ
ขณะลานี้ นายจ้างจ่ายค่าจ้าง ร้อยละ 50 ของค่าจ้างปกติ
สิทธิลาพ่อ (Paternity / ช่วยภรรยาคลอด)
ลูกจ้าง (เช่น พ่อ หรือคู่สมรส) มีสิทธิลาช่วยภรรยาคลอดบุตร 15 วัน
ใช้สิทธินี้ภายใน 90 วันนับจากวันที่คลอดบุตร
นายจ้างจ่ายค่าจ้างเต็ม (วันทำงาน) สำหรับช่วงลานี้ (ไม่เกิน 15 วัน)
คุ้มครองลูกจ้างเหมาบริการของหน่วยงานรัฐ
เพิ่มบทบัญญัติ (มาตรา 4/1) ให้ “บุคคลธรรมดา”ที่จ้างเหมาบริการ (เช่นหน่วยงานรัฐ, รัฐวิสาหกิจ,องค์การสาธารณะ) เมื่อมีลักษณะการทำงานที่ “อยู่ภายใต้การควบคุม /กำกับดูแล” ต้องได้รับสิทธิเทียบเท่าลูกจ้างตาม พ.ร.บ.แรงงาน (วันลา, วันหยุด, เวลาทำงาน ฯลฯ)
ในกรณีข้อพิพาทแรงงาน คนกลุ่มนี้สามารถใช้สิทธิฟ้อง “ศาลแรงงาน” (Labour Court) ได้เช่นเดียวกับลูกจ้างทั่วไป
รายงานสถานภาพการจ้างงาน
นายจ้างที่มีลูกจ้าง ตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ต้องส่ง “แบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน”ประจำปีให้กรมแรงงาน (หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ)
จุดประสงค์คือให้หน่วยงานแรงงานมีข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับเงื่อนไขการจ้างงานของลูกจ้างในองค์กรต่าง ๆ
แนวคิดหลักของการแก้กฎหมาย
กฎหมายฉบับนี้เน้น การยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน โดยเฉพาะ “แรงงานหญิง” และ “แรงงานครอบครัว” เพื่อให้มีความมั่นคงชีวิตมากขึ้น
ยังเป็นการปรับให้ “แรงงานเหมาค่าใช้บริการในภาครัฐ” ได้สิทธิคุ้มครองมากขึ้น — ลดช่องว่างระหว่างลูกจ้างประจำและลูกจ้างเหมาบริการ
ภาระต้นทุนนายจ้าง: การเพิ่มสิทธิลาคลอด, สิทธิลาพ่อ, และสิทธิลาดูแลบุตร อาจเพิ่มต้นทุนสำหรับนายจ้าง โดยเฉพาะ SME หรือบริษัทขนาดเล็ก
การปรับระบบ HR / Payroll: นโยบายและระบบงานภายใน (เช่นกฎการลา, ระบบเงินเดือน) ต้องถูกปรับให้รองรับวันลาใหม่ การจ่ายค่าจ้างตามเงื่อนไขใหม่
การตรวจสอบการใช้งานสิทธิ: นายจ้างอาจต้องวางมาตรการให้พนักงานใช้สิทธิตามกฎหมายอย่างถูกต้อง (เช่น ต้องใช้ใบรับรองแพทย์เมื่อลาดูแลบุตร)
การใช้กฎหมายจริง: ต้องติดตาม “กฎกระทรวง”หรือระเบียบเพิ่มเติม (ถ้ามี) เพื่อให้เข้าใจเงื่อนไขแบบละเอียด เช่น ว่าจะมีการกำหนด “จำนวนเงินจ่าย”ที่แน่นอนยังไง
ราชกิจจาฯ ประกาศให้แรงงานหญิงลาคลอด ประกาศ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฉบับแก้ไขใหม่ โดยมีผลบังคับใช้งานในวันที่ 9/12/2025 มีการปรับเพิ่มเติมดังนี้