ฟีเจอร์เพิ่มเติมที่ควรมองหาในโปรแกรมเงินเดือน

ฟีเจอร์เพิ่มเติมที่ควรมองหาในโปรแกรมเงินเดือน


โปรแกรมเงินเดือน (Payroll Software)
คือ ระบบหรือเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารจัดการเงินเดือนของพนักงานในองค์กร เพื่อให้การคำนวณเงินเดือนเป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และสอดคล้องกับกฎหมายแรงงานและภาษีที่เกี่ยวข้อง นอกจากฟีเจอร์พื้นฐานในการคำนวณเงินเดือนแล้ว ฟีเจอร์เพิ่มเติมที่ควรมองหาในโปรแกรมเงินเดือน (Payroll Software) เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในองค์กรทั้งขนาดเล็กและใหญ่ 

1. การเชื่อมต่อกับระบบบัญชี
  • โปรแกรมสามารถ เชื่อมต่อกับระบบบัญชี เช่น Prosoft WINSpeed , หรือระบบ ERP อื่นๆ ที่เปิดรับการ API ได้โดยอัตโนมัติ เพื่อลดงานซ้ำซ้อนและข้อผิดพลาดในการบันทึกบัญชี

2. ระบบบริหารจัดการเวลาเข้า-ออกงาน (Time Attendance Integration)
  • รองรับการนำเข้าข้อมูลจากเครื่องสแกนนิ้ว, การ์ด, หรือระบบออนไลน์ เพื่อคำนวณเวลาทำงาน OT, ขาด, ลา, มาสาย ฯลฯ

3. ระบบการลาออนไลน์ (Leave Management)
  • ให้พนักงานสามารถขอลา ตรวจสอบสถานะ และดูสิทธิ์การลาผ่านระบบได้

  • ข้อมูลการลาถูกนำไปใช้คำนวณเงินเดือนอัตโนมัติ

4. การจัดการข้อมูลพนักงาน (Employee Self-Service - ESS)
  • พนักงานสามารถล็อกอินเข้าระบบเพื่อ:

    • ตรวจสอบเงินเดือนย้อนหลัง

    • ดาวน์โหลดสลิปเงินเดือน

    • กรอกแบบฟอร์มต่างๆ เช่น การลา/OT

5. การคำนวณภาษีและส่งแบบภาษี
  • ระบบสามารถคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภงด.1, ภงด.91) ได้ถูกต้อง

  • รองรับการส่งรายงานภาษีออนไลน์ไปยังกรมสรรพากร (e-Filing)

6. ระบบรายงานและแดชบอร์ด
  • แสดงรายงานเชิงวิเคราะห์ เช่น:

    • รายงานค่าใช้จ่ายแรงงาน

    • สรุปการทำงานล่วงเวลา

    • รายงานสรุปภาษีและประกันสังคม

  • แบบกราฟหรือตารางที่เข้าใจง่าย

7. ระบบสำรองข้อมูลและความปลอดภัย
  • มีระบบ Backup ข้อมูลอัตโนมัติ

  • เข้ารหัสข้อมูลเงินเดือน และสามารถกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งานได้อย่างละเอียด (เช่น แผนก HR เข้าถึงบางข้อมูลเท่านั้น)

8. รองรับกฎหมายแรงงานไทย
  • โปรแกรมควรอัปเดตให้สอดคล้องกับกฎหมายแรงงาน ภาษี และประกันสังคมของไทยแบบอัตโนมัติ

9. รองรับหลายสาขา/หลายบริษัท
  • เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีหลายสาขา หรือบริษัทในเครือ

10. ระบบโอนเงินเดือนอัตโนมัติ (Bank Interface)
  • สามารถสร้างไฟล์โอนเงินเดือนที่รองรับกับธนาคารต่างๆ เช่น SCB, BBL, KBank

 470
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัปเดตกฎหมายกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ปี 2569 เริ่มใช้เมื่อไร ใครบ้างที่ต้องเข้าร่วม อัตราเงินสะสมและเงินสมทบ วิธีคำนวณ สิทธิของลูกจ้าง และสิ่งที่ฝ่าย HR ต้องเตรียม พร้อมคำอธิบายเข้าใจง่าย
ทุกสิ้นเดือน เวลาที่เราเห็นสลิปเงินเดือน รายการถูกหักเงินเข้ากองทุนประกันสังคมคงเป็นสิ่งที่พวกเราคุ้นเคยกันดี แต่ทราบไหมว่าเงินที่ถูกหักไปทุกเดือนนั้น จริงๆ แล้วคือระบบหลักประกันทางสังคมระดับล้านล้านบาทที่ออกแบบมาเพื่อเซฟความเสี่ยงในทุกช่วงชีวิตของคนทำงาน การทำความเข้าใจเรื่องประกันสังคมอย่างถี่ถ้วน ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราใช้สิทธิ์ได้อย่างคุ้มค่าและไม่เสียประโยชน์ แต่ยังช่วยให้ทีม HR นำไปต่อยอดเพื่อดูแลพนักงานในองค์กรได้ดียิ่งขึ้นด้วยครับ
เมื่อเริ่มทำงานหรือได้รับสลิปเงินเดือนครั้งแรก หลายคนอาจสังเกตเห็นว่ามีรายการเกี่ยวกับ ประกันสังคม หรือบางบริษัทอาจมี กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund : PVD) และ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เพิ่มเข้ามา จึงเกิดคำถามว่า ทั้ง 3 กองทุนนี้คืออะไร แตกต่างกันอย่างไร และมีความสำคัญกับพนักงานอย่างไร
นับถอยหลังสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของวงการแรงงานไทย! ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 นี้ “กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง” รูปแบบใหม่กำลังจะเริ่มต้นบังคับใช้อย่างเป็นทางการ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการหักเงินเดือนทั่วไป แต่เป็นระบบเซฟตี้เน็ตที่ออกแบบมาเพื่อคุ้มครองสิทธิ์และผลประโยชน์ของทั้งลูกจ้างและนายจ้างโดยตรง

เคยสงสัยไหมว่า เงินที่เราโดนหักเข้ากองทุนประกันสังคมไปทุกๆ เดือนเนี่ย นอกจากสิทธิรักษาพยาบาลยามเจ็บป่วยทั่วไปแล้ว มันเอาไปทำอะไรได้อีกบ้าง? หลายคนก้มหน้าก้มตาทำงานจนลืมไปว่า "เรามีสิทธิพิเศษ" ที่ซ่อนอยู่ ซึ่งถ้าไม่ใช้ก็น่าเสียดายสุดๆ วันนี้เราเลยมัดรวม 5 สิทธิประโยชน์ประกันสังคมที่คนทำงานมักมองข้าม มาให้เช็กกันชัดๆว่าปีนี้คุณใช้สิทธิเหล่านี้ไปแล้วหรือยัง?

สิทธิทำฟันประกันสังคม ปี 2569 อัพเดทใหม่เริ่ม 1 พฤษภาคม 2569 โดยเน้นเพิ่มวงเงินฟันปลอมและรากฟันเทียม ยังคงสิทธิ์พื้นฐาน ขูด-อุด-ถอน-ผ่าฟันคุด 900 บาท/ปี โดยไม่ต้องสำรองจ่ายเมื่อเข้ารับบริการกับสถานพยาบาลที่ทำ MOU เพิ่มการเบิกฟันปลอม 1,500 - 6,000 บาท (ทุก 5 ปี) และเพิ่มสิทธิผ่าฟันคุดแยกต่างหาก
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์