การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นหน้าที่สำคัญที่ผู้มีรายได้ทุกคนต้องปฏิบัติอย่างถูกต้องและครบถ้วน เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายและเพื่อประโยชน์สูงสุดของ ในบทความนี้จะมาสรุปสิ่งที่ควรรู้ก่อนการยื่นภาษี เพื่อให้คุณสามารถยื่นภาษีได้อย่างถูกต้องและคุ้มค่าที่สุด ซึ่งกำหนดให้ยื่นแบบระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคมของปีถัดไป และถ้ายื่นทางออนไลน์ ปีนี้ยื่นได้ถึง 8 เมษายน 2569
1. ใครบ้างที่ต้องยื่นภาษี?
ตามกฎหมาย ใครมีหน้าที่ต้องยื่นภาษีบ้าง? คนไทยทุกคนที่มีรายได้พึงประเมิน* ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ มีหน้าที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แบ่งเกณฑ์ตามสถานะโสดและสมรส โดยมีรายละเอียดดังนี้
*เงินได้พึงประเมิน: หมายถึง เงินได้ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องนำมาคำนวณภาษี ซึ่งอาจเป็นเงินได้จากการทำงาน (เงินเดือน, ค่าจ้าง) หรือเงินได้จากแหล่งอื่นๆ (ดอกเบี้ย, เงินปันผล, ค่าเช่า, ธุรกิจ ฯลฯ)
คนโสด
- มีรายได้จากเงินเดือน 120,000 บาทต่อปี
- มีรายได้ประเภทอื่นๆ ที่ไม่ใช่เงินเดือน 60,000 บาทต่อปี
คนมีคู่
- มีรายได้จากเงินเดือน 220,000 บาทต่อปี
- มีรายได้ประเภทอื่นๆ ที่ไม่ใช่เงินเดือน 120,0000 บาทต่อปี
2. เอกสารที่ต้องเตรียมตอนยื่นภาษีมีอะไรบ้าง
การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่ว่าจะเป็น ภ.ง.ด. 90 หรือ ภ.ง.ด. 91 ก็ใช้เอกสารเหมือนกัน ดังนี้
แบบฟอร์ม ภ.ง.ด. 90/91: แบบฟอร์มสำหรับยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์กรมสรรพากร
หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ): เอกสารที่แสดงว่ามีการหักภาษีไว้ล่วงหน้า
เอกสารลดหย่อนภาษี: เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการลดหย่อนภาษี เช่น
2.1 หนังสือรับรองการจ่ายเบี้ยประกันชีวิต/สุขภาพ
2.2 เอกสารหลักฐานการลงทุนในกองทุนต่างๆ
- กองทุน SSF
- กองทุน RMF
- กองทุน ThaiESGX
- กองทุน ThaiESG
2.3 หนังสือรับรองการบริจาค
2.4 เอกสารแสดงการเลี้ยงดูบุพการี/ผู้พิการ
2.5 เอกสารแสดงการซื้อสินค้า/บริการตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
- Easy E-Receipt 2.0
- มาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยว เมืองหลักและเมืองรอง (ระยะเวลา 29 ตุลาคม ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2568)
เอกสารอื่นๆ:
- หนังสือรับรองการจ่ายเงินปันผลจากหุ้น/กองทุน
- เอกสารแสดงการชำระดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย
3. อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ประเทศไทยใช้ระบบอัตราภาษีก้าวหน้า ซึ่งหมายความว่า ยิ่งมีรายได้สูง อัตราภาษีที่ต้องชำระก็จะสูงขึ้น โดยอัตราภาษีแบ่งเป็นขั้นบันไดดังนี้:
ช่วงรายได้ (บาท)
|
อัตราภาษี (%)
|
| 0 - 150,000 |
ยกเว้นภาษี (0%) |
| 150,001 - 300,000 |
5% |
| 300,001 - 500,000 |
10% |
| 500,001 - 750,000 |
15% |
| 750,001 - 1,000,000 |
20% |
| 1,000,001 - 2,000,000 |
25% |
| 2,000,001 - 5,000,000 |
30% |
| 5,000,001 ขึ้นไป |
35% |
|
ตัวอย่าง: มนุษย์เงินเดือนเงินเดือน 40,000 บาท / เดือน
1. รายได้ทั้งปี 40,000 × 12 (เดือน) = 480,000 บาท / ปี2. หักค่าใช้จ่าย (เงินเดือน) เงินได้ประเภทที่ 1 หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่าย 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
- 50% ของ 480,000 = 240,000 แต่หักได้สูงสุด 100,000 บาท
เหลือหลังหักค่าใช้จ่าย 480,000 − 100,000 = 380,000 บาท
3. หักค่าลดหย่อน (กรณีโสด)
- ค่าลดหย่อนส่วนตัว = 60,000 บาท (หักอัตโนมัติทุกคน)
- ค่าลดหย่อนเงินสมทบประกันสังคม 9,000 บาท
- ค่าลดหย่อนกลุ่มประกันชีวิต ประกันสุขภาพ 40,000 บาท
เหลือรวมหลังหักค่าลดหย่อน 60,000 + 9,000 + 40,000 = 109,000 บาท
เงินได้สุทธิ
380,000 − 109,000 = 271,000 บาท
เงินได้สุทธิ = 271,000 บาท / ปี
4. ค่าลดหย่อนภาษีของปี 2568 แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มดังนี้
กลุ่มที่ 1 ค่าลดหย่อนภาษีส่วนตัวและครอบครัว
- ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท
- ค่าลดหย่อนคู่สมรส 60,000 บาท
- ค่าลดหย่อนฝากครรภ์และคลอดบุตร ไม่เกิน 60,000 บาท
- ค่าลดหย่อนภาษีบุตร 30,000 บาท (เพิ่มอีก 30,000 บาท สำหรับบุตรคนที่ 2 ขึ้นไป)
- ค่าเลี้ยงดูพ่อแม่ คนละ 30,000 บาท
- ค่าเลี้ยงดูผู้พิการ/ทุพพลภาพ คนละ 60,000 บาท
กลุ่มที่ 2 ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มประกัน และการลงทุน
- ลดหย่อนเงินประกันสังคมไม่เกิน 9,000 บาท
- ลดหย่อนประกันสุขภาพบิดามารดา ไม่เกิน 15,000 บาท
- ลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตและประกันสุขภาพ รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท
- กองทุน PVD 15% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 500,000 บาท
- กองทุนสงเคราะห์ครูฯ ไม่เกิน 500,000 บาท
- กบข. ไม่เกิน 500,000 บาท
- ลดหย่อนกองทุน RMF ไม่เกิน 500,000 บาท
- ลดหย่อนกองทุน SSF ไม่เกิน 200,000 บาท
- ลดหย่อนกองทุน Thai ESG ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 300,000 บาท
*สำหรับกลุ่มค่าลดหย่อนประกันชีวิตและการลงทุนในการวางแผนเกษียณ ได้แก่ RMF, SSF, PVD, กบข., กอช., กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน และประกันชีวิตแบบบำนาญ เมื่อรวมกันทั้งหมด ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
กลุ่มที่ 3 ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มเงินบริจาค
- กลุ่มการศึกษา/กีฬา/มูลนิธิด้านการแพทย์และการสาธารณสุข 2 เท่าของเงินบริจาค (ตาม พ.ร.ฎ. 771 พ.ศ. 2566) ไม่เกิน 10% ของเงินได้ หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน (สำหรับการบริจาคผ่านระบบ e-Donation เท่านั้น)
- บริจาคสถานพยาบาลของรัฐ 2 เท่าของเงินบริจาค ไม่เกิน 10% ของเงินได้ หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
- บริจาคทั่วไปตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 10% ของเงินได้ หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
- พรรคการเมือง ไม่เกิน 10,000 บาท
กลุ่มที่ 4 ค่าลดหย่อนกลุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ
- Easy E-Receipt 2.0 ไม่เกิน 50,000 บาท
- มาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยว เมืองหลักและเมืองรอง โดยกำหนดวงเงิน ไม่เกิน 20,000 บาท สำหรับการท่องเที่ยวใน เมืองหลัก และ ไม่เกิน 30,000 บาท สำหรับการท่องเที่ยวใน เมืองรอง
- ลดหย่อนดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย ไม่เกิน 100,000 บาท
การรู้และเข้าใจประเภทของรายได้เป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากมีผลต่อการคำนวณภาษีและสิทธิในการหักค่าใช้จ่าย รายได้สามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภท เช่น เงินเดือน โบนัส ค่าจ้างจากการทำงานอิสระ หรือรายได้จากการลงทุน การรู้จักประเภทของรายได้จะช่วยให้คุณคำนวณภาษีได้อย่างถูกต้อง
หลังจากทราบประเภทของรายได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนตามที่กฎหมายกำหนด การหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนจะช่วยลดฐานภาษีและภาระภาษีที่ต้องชำระ ควรตรวจสอบสิทธิ์ในการหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนที่คุณมีสิทธิ์ได้รับ เพื่อประโยชน์สูงสุด
เช็กลิสต์ลดหย่อนภาษี 2568 แบบออนไลน์ก่อนยื่น
- เช็ก D-MyTax ว่ารายได้และลดหย่อนถูกต้องครบหรือยัง
- เช็ก e-Donation ว่าการบริจาคขึ้นระบบครบ
- เตรียมสลิป/หนังสือรับรองซื้อกองทุน, ประกัน, ดอกเบี้ยกู้บ้านในรูปแบบไฟล์ หรือข้อมูลออนไลน์จากแอปของสถาบันการเงิน
5. วิธียื่นภาษีออนไลน์
ปัจจุบัน การยื่นภาษีสามารถทำได้ผ่านระบบออนไลน์ของกรมสรรพากร e-Filing ซึ่งสะดวกและรวดเร็ว ก่อนการยื่นภาษี ควรตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวและรายได้ให้ถูกต้องครบถ้วน หากมีข้อสงสัย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรเพื่อความถูกต้อง
ทั้งนี้ การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ผู้เสียภาษี ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ สำหรับผู้ที่มีภาษีต้องชำระตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป สามารถขอผ่อนชำระภาษีได้ 3 งวด (หากไม่ชำระภายในวันที่กำหนดจะคิดดอกเบี้ย 1.5% ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีงวดที่เหลือ)
มีขั้นตอนการยื่นภาษีออนไลน์ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1: เข้าเว็บไซต์ของกรมสรรพากร https://efiling.rd.go.th/ และเลือก “ยื่นแบบออนไลน์” ขั้นตอนที่ 2: เข้าสู่ระบบ E-filing ของกรมสรรพากร ขั้นตอนที่ 3: เลือกยื่นแบบภาษีเงินได้ ภ.ง.ด. 90/91 ขั้นตอนที่ 4: กรอกข้อมูลผู้เสียภาษี ขั้นตอนที่ 5: กรอกเงินได้ ขั้นตอนที่ 6: กรอกค่าลดหย่อน ขั้นตอนที่ 7: ตรวจสอบข้อมูล ขั้นตอนที่ 8: ยืนยันการยื่นแบบ
เมื่อตรวจสอบข้อมูลครบถ้วนแล้วกด“ยืนยันการยื่นแบบ”เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาผ่านช่องทางออนไลน์
กำหนดเวลายื่นภาษีของปี 2569 (สำหรับปีภาษี 2568)
- ยื่นแบบฯ ทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 8 เม.ย. 2569 (ผ่าน e-Filing/D-MyTax)
- ยื่นแบบฯ ด้วยกระดาษ สามารถยื่นได้ถึงวันที่ 31 มี.ค. 2569 (สำนักงานสรรพากร)