• หน้าแรก

  • News

  • HR Articles

  • “กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง” เลื่อนการบังคับใช้ออกไปอีก 1 ปี

“กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง” เลื่อนการบังคับใช้ออกไปอีก 1 ปี

  • หน้าแรก

  • News

  • HR Articles

  • “กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง” เลื่อนการบังคับใช้ออกไปอีก 1 ปี

“กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง” เลื่อนการบังคับใช้ออกไปอีก 1 ปี


กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
 
เป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (แก้ไขเพิ่มเติม) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ ช่วยเหลือลูกจ้าง ที่ประสบปัญหานายจ้างไม่สามารถจ่าย ค่าจ้าง ค่าชดเชย หรือสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายแรงงาน ให้ได้ เช่น ในกรณีที่กิจการปิดตัวลง ล้มละลาย หรือมีเหตุให้นายจ้างไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน

สรุปง่าย ๆ  กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง คือ “หลักประกัน” ให้ลูกจ้างมั่นใจว่า หากถูกเลิกจ้าง หรือนายจ้างไม่จ่ายสิทธิที่ควรได้ กองทุนจะช่วยจ่ายแทน เพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของแรงงานไทย

สาระสำคัญของกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง  

1. กิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ต้องดำเนินการให้ลูกจ้างเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ส่วนกรณีนายจ้างได้จัดให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 และที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว หรือจัดให้มีการสงเคราะห์แก่ลูกจ้างในกรณีที่ลูกจ้างออกจากงานหรือตาย ตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการสงเคราะห์แก่ลูกจ้างในกรณีที่ลูกจ้างออกจากงานหรือตาย พ.ศ. 2567 ไม่อยู่ในบังคับ ต้องดำเนินการให้ลูกจ้างเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เนื่องจากวัตถุประสงค์ของกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ก็เพื่อเป็นเงินออมเมื่อลูกจ้างออกจากงานหรือตายเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 130 วรรคสอง

2. กิจการที่ไม่อยู่ในบังคับต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ได้แก่ กิจการที่จ้างลูกจ้างทำงานที่มิได้แสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจตามกฎกระทรวง (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เช่น มูลนิธิ สมาคม องค์กรไม่แสวงหากำไรทางเศรษฐกิจ เป็นต้น

3. นายจ้างที่อยู่ในบังคับเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ต้องดำเนินการดังนี้
3.1 ยื่นแบบรายการแสดงรายชื่อลูกจ้างและรายละเอียดอื่นๆ เมื่อได้ดำเนินการแล้ว
3.2 นายจ้างรายใดที่ไม่ประสงค์จะเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง แต่มีความประสงค์จะดำเนินการจัดให้มีการสงเคราะห์แก่ลูกจ้างเอง ก็สามารถดำเนินการได้ตามกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการจัดการสงเคราะห์แก่ลูกจ้างในกรณีที่ออกจากงานหรือตาย พ.ศ. 2567 โดยต้องกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการฯ เป็นลายลักษณ์อักษร

4. สำหรับกิจการที่ไม่อยู่ในบังคับต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง หากลูกจ้างประสงค์จะเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างโดยความยินยอมของนายจ้าง ก็สามารถดำเนินการให้ลูกจ้างเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างได้ตามระเบียบคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ว่าด้วยการให้ลูกจ้างในกิจการที่มิได้อยู่ในบังคับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 สมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง พ.ศ. 2567

5. อัตราการส่งเงินสะสมและเงินสมทบ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2573 อัตราการจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบฝ่ายละ 0.25 % และตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2573 เป็นต้นไป อัตราการจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบฝ่ายละ 0.50 % โดยนายจ้างมีหน้าที่หักค่าจ้างของลูกจ้างทุกครั้งที่มีการจ่ายค่าจ้างและนายจ้างจ่ายเงินสมทบ และนำส่งเงินภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

6. การคำนวณเงินสะสมและเงินสมทบ ให้คำนวณจากเงิน “ค่าจ้าง” ที่ลูกจ้างได้รับ ซึ่งรวมถึงค่าจ้างตามผลงานด้วย

7. กรณีนายจ้างไม่นำส่งเงินสะสมหรือเงินสมทบ หรือส่งไม่ครบถ้วน ต้องเสียเงินเพิ่มให้แก่กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างในอัตราร้อยละ 5 ต่อเดือน ซึ่งพนักงานตรวจแรงงานจะมีคำเตือนเป็นหนังสือให้นายจ้างนำส่งเงินที่ค้างจ่ายมาชำระภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ

8. เมื่อลูกจ้างออกจากงานไม่ว่าด้วยกรณีใดก็ตาม เช่น ลาออกจากงาน เกษียณอายุ สิ้นสุดสัญญาจ้าง ถูกเลิกจ้างโดยกระทำความผิด หรือไม่มีความผิด จะได้รับเงินสะสม เงินสมทบ และดอกผลจากเงินดังกล่าว ส่วนกรณีที่ลูกจ้างตาย จะจ่ายให้กับบุคคลผู้พึงได้รับเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามที่ลูกจ้างได้ทำหนังสือแจ้งไว้

9. บทกำหนดโทษ นายจ้างผู้ใดไม่ยื่นแบบรายการ หรือไม่แจ้งเป็นหนังสือขอเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขเพิ่มเติมรายการภายในกำหนดเวลาตามมาตรา 130 หรือยื่นแบบรายการฯ โดยกรอกข้อความอันเป็นเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


ทั้งนี้ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามกฎหมายใหม่ ซึ่งยังไม่ผ่านการอนุมัติเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี มีผลให้เลื่อนการเก็บเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเลื่อนบังคับใช้ออกไปอีก 1 ปี รอเข้า ครม. ประกาศอย่างเป็นทางการ


ขอบคุณที่มา : https://magazine.dst.co.th
 3643
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นหน้าที่สำคัญที่ผู้มีรายได้ทุกคนต้องปฏิบัติอย่างถูกต้องและครบถ้วน เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายและเพื่อประโยชน์สูงสุดของ ในบทความนี้จะมาสรุปสิ่งที่ควรรู้ก่อนการยื่นภาษี เพื่อให้คุณสามารถยื่นภาษีได้อย่างถูกต้องและคุ้มค่าที่สุด ซึ่งกำหนดให้ยื่นแบบระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคมของปีถัดไป และถ้ายื่นทางออนไลน์ ปีนี้ยื่นได้ถึง 8 เมษายน 2569  
รูปแบบการประเมินผลงานและพฤติกรรมพนักงานที่ต่างกัน “ตามมุมมองของผู้ให้คะแน

ราชกิจจาฯ ประกาศให้แรงงานหญิงลาคลอด ประกาศ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฉบับแก้ไขใหม่ โดยมีผลบังคับใช้งานในวันที่  9/12/2025  มีการปรับเพิ่มเติมดังนี้

กฎหมายแรงงานไทยเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี เมื่อ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ถูกประกาศใช้ ส่งผลกระทบโดยตรงทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง มีสาระสำคัญดังนี้
ในการจัดการเวลาทำงาน แบบ Real-time  (Time Attendance) คือการทำให้ ข้อมูลการเข้า-ออกงาน (Log Data) ถูก ส่งไปยังโปรแกรม/ฐานข้อมูลทันที ที่พนักงานสแกนนิ้ว ทำให้ฝ่ายบุคคล (HR) สามารถดูและประมวลผลข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรอการดาวน์โหลดข้อมูลในภายหลัง
การจัดการกะทำงานที่ซับซ้อนในโรงงานอาจทำให้การคำนวณค่าแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าล่วงเวลา (OT) และค่ากะ มีความผิดพลาดและใช้เวลานาน นี่คือ 5 วิธีที่ HR โรงงานสามารถนำไปปรับใช้เพื่อทำให้กระบวนการคำนวณค่าแรงง่ายและแม่นยำขึ้น
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์