คู่มือการลงทะเบียนกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

คู่มือการลงทะเบียนกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง



คู่มือ: เตรียมตัวขึ้นทะเบียน “กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ”
นับถอยหลังสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของวงการแรงงานไทย! ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 นี้ “กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง”
รูปแบบใหม่กำลังจะเริ่มต้นบังคับใช้อย่างเป็นทางการ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการหักเงินเดือนทั่วไป แต่เป็นระบบเซฟตี้เน็ตที่ออกแบบมาเพื่อคุ้มครองสิทธิ์และผลประโยชน์ของทั้งลูกจ้างและนายจ้างโดยตรง
บทความนี้สรุปทุกข้อสงสัย เจาะลึกเงินได้ประเภทไหนต้องนำมาคำนวณ พร้อมแจกลิงก์ดาวน์โหลดฟอร์มสำคัญที่คุณต้องใช้ เพื่อให้คุณเตรียมตัวได้ทันที

💡 กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง คืออะไร?
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง คือ กองทุนสวัสดิการที่จัดตั้งขึ้นเพื่อคุ้มครองและเยียวยาลูกจ้างในกรณีที่ขาดรายได้ “ในทุกกรณี” ไม่ว่าการออกจากงานนั้นจะเป็นความผิดของลูกจ้าง ความผิดของนายจ้าง หรือการหมดสัญญาตามปกติ ลูกจ้างก็ยังมีสิทธิ์ได้รับเงินนี้เสมอ

อัตราการหักเงินสะสมและเงินสมทบ
กฎหมายกำหนดการเรียกเก็บเงินแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลาหลัก ๆ ไม่มีเพดานขั้นต่ำหรือขั้นสูง (ยิ่งรายได้มาก ยิ่งสะสมมาก) ดังนี้:

  • ช่วง 5 ปีแรก (1 ต.ค. 2569 – 30 ก.ย. 2574): ลูกจ้างส่งเงินสะสม 0.25% + นายจ้างสมทบให้อีก 0.25% ของค่าจ้าง

  • ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2574 เป็นต้นไป: ปรับเพิ่มเป็น ลูกจ้างส่งเงินสะสม 0.50% + นายจ้างสมทบอีก 0.50% ของค่าจ้าง
ข้อควรระวังของนายจ้าง: หากส่งเงินไม่ครบหรือล่าช้า นายจ้างต้องจ่ายเงินเพิ่มให้กองทุนในอัตรา ร้อยละ 5 ต่อเดือน (ค้างเกิน 15 วัน นับเป็น 1 เดือน / น้อยกว่า 15 วันปัดทิ้ง)

ใครบ้างที่ต้องเข้าระบบ? (และใครได้รับการยกเว้น)
🟢 กลุ่มลูกจ้างที่ "ต้อง" นำส่งกองทุน 🔴 กลุ่มที่ "ไม่ต้อง" นำส่งกองทุน

• ลูกจ้างรายเดือน / รายวัน / รายชั่วโมง


• ลูกจ้างตามฤดูกาล / ลูกจ้างตามสัญญาจ้างกำหนดเวลา


• ลูกจ้างต่างด้าว 3 สัญชาติ และลูกจ้างต่างชาติอื่น ๆ


• ลูกจ้างที่จ้างงานหลังเกษียณ (แม้อายุเกิน 60 ปี)

• ฟรีแลนซ์ / อาชีพอิสระ (ไม่มีอำนาจบังคับบัญชา)


• ตัวแทนขายอิสระ / ไรเดอร์


• นักเรียน นักศึกษาที่มาฝึกงานตามหลักสูตร


• กรรมการผู้จัดการที่บริหารอิสระและไม่อยู่ใต้บังคับบัญชา

กรณีบริษัทที่มี "กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)" อยู่แล้วต้องทำอย่างไร?
โดยพื้นฐาน กิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปต้องลงทะเบียน แต่ถ้าบริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือกองทุนสงเคราะห์อื่นอยู่แล้ว ไม่ต้องเอาลูกจ้างกลุ่มที่เป็นสมาชิก PVD เข้ากองทุนนี้อย่างไรก็ตาม ต้องระวังกรณีเหล่านี้:
  1. พนักงานที่ไม่ยอมเข้า PVD: ต้องส่งชื่อพนักงานกลุ่มนี้เข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

  2. พนักงานอยู่ระหว่างทดลองงาน (Probation): หากกฎบริษัทระบุว่าจะเข้า PVD ได้เมื่อผ่านโปร ช่วงที่ทดลองงานอยู่นายจ้างต้องหักเงินและส่งชื่อเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างก่อน เมื่อผ่านโปรแล้วค่อยแจ้งหยุดส่ง

  3. พนักงานชั่วคราว/รายวัน/ต่างชาติ: หากสิทธิ์ของบริษัทไม่เปิดให้คนกลุ่มนี้เข้า PVD นายจ้างต้องนำพวกเขาเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างแทน

เงินประเภทไหนบ้างที่ต้องนำมาหัก 0.25%?
ฐานในการคำนวณเงินสะสมจะยึดตามนิยามของ "ค่าจ้างหรือเงินตอบแทนจากการทำงาน" เป็นหลัก ลองมาเช็กกันครับว่าเงินที่คุณได้หรือจ่ายเข้าข่ายไหนบ้าง:

  • เงินที่ "ต้อง" นำมาคำนวณฐาน: ค่าจ้างพื้นฐาน, ค่าตำแหน่ง, ค่าครองชีพ, เงินโอที (ล่วงเวลา/วันหยุด), ค่าน้ำมันรถเหมาจ่าย, ค่าวิชาชีพ, ค่าชั่วโมงบิน/ค่าเที่ยว, ค่านายหน้า, เงินเดือนเดือนที่ 13, เบี้ยเลี้ยง และค่าคอมมิชชั่น (ที่เป็นเปอร์เซ็นต์ตั้งแต่บาทแรกของการขาย)

  • เงินที่ "ยกเว้น" ไม่ต้องนำมาคำนวณ: โบนัสประจำปี, ค่าคอมมิชชั่นจูงใจ (เมื่อทำยอดทะลุเป้า), เบี้ยขยัน, ค่ากะดึก, ค่าที่พัก/เงินช่วยเหลือค่าเช่าบ้าน, สวัสดิการค่ารักษาพยาบาล, เบี้ยประชุม, เซอร์วิสชาร์จ และสวัสดิการที่ไม่ใช่ตัวเงิน (เช่น อาหารกลางวัน)

เอกสารที่ต้องใช้ในการขึ้นทะเบียน
ในการขึ้นทะเบียน กฎหมายแบ่งเอกสารออกเป็น 3 ส่วนสำคัญ ดังนี้:

  1. หนังสือรับรองนิติบุคคล / ทะเบียนการค้า (ตามประเภทธุรกิจ)

  2. เอกสารแสดงตัวตนของนายจ้าง: บัตรประชาชน (คนไทย) หรือ พาสปอร์ตและ Work Permit (ต่างชาติ)

  3. แบบฟอร์มกองทุนที่ต้องใช้ (คลิกเพื่อดาวน์โหลดที่ชื่อไฟล์ได้เลย):

    • สำหรับกิจการทั่วไปที่อยู่ในบังคับกฎหมาย ดาวน์โหลดไฟล์: สกล3.หรือ สกล.3-1.

    • สำหรับกิจการที่ไม่อยู่ในบังคับ แต่ลูกจ้างสมัครใจประสงค์จะเข้ากองทุน ดาวน์โหลดไฟล์:สกล.3-1.

  • ใบกำหนดตัวผู้รับผลประโยชน์กรณีลูกจ้างเสียชีวิต (ลูกจ้างทุกคนต้องกรอก) ดาวน์โหลดไฟล์: สกล5
    (หมายเหตุ: หากนายจ้างเคยยื่นแบบ สปส 1-01, สปส 1-03 หรือ สปส 6-15 ต่อสำนักงานประกันสังคมแล้ว ให้ถือว่ายื่นแบบ สกล.3 หรือ สกล.3/1 แล้วโดยอนุโลม)
ขั้นตอนและช่องทางการยื่นขึ้นทะเบียน
นายจ้างสามารถเลือกยื่นได้ตามช่องทางที่สะดวก โดยระบบจะเน้นช่องทางออนไลน์เป็นหลัก:
  1. ช่องทางออนไลน์ (แนะนำ): เข้าไปที่เว็บไซต์ https://eservice.labour.go.th กรอกข้อมูลและอัปโหลดไฟล์เอกสารตามขั้นตอน

  2. ช่องทางออฟไลน์/อื่น ๆ: ยื่นที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด หรือสำนักงานสวัสดิการฯ กรุงเทพมหานครพื้นที่ (หากมีหลายสาขาสามารถเลือกยื่นรวมที่สำนักงานใหญ่ หรือแยกยื่นตามพื้นที่ที่สาขาตั้งอยู่ได้) นอกจากนี้ยังส่งผ่าน ไปรษณีย์ หรือ อีเมล ได้เช่นกัน

⏳ ระยะเวลาดำเนินการ: หลังจากยื่นแบบ สกล.3 หรือ สกล.3/1 เข้าไปแล้ว เจ้าหน้าที่จะพิจารณาออกหนังสือสำคัญการขึ้นทะเบียน (แบบ สกล.4 หรือ สกล.4/1) ให้ภายใน 7 วัน และจะแจ้งผลให้อัตโนมัติทางอีเมลที่ลงทะเบียนไว้ภายใน 5 วันนับจากวันพิจารณาเสร็จ จากนั้นให้นายจ้างเดินทางไปรับหนังสือสำคัญดังกล่าว

วิธีการขอรับเงินคืนเมื่อออกจากงาน (สำหรับลูกจ้าง)
เมื่อลูกจ้างลาออก ไล่ออก หมดสัญญา หรือเสียชีวิต จะได้รับเงินสะสม (ส่วนของตัวเอง) + เงินสมทบ (ส่วนของนายจ้าง) + ผลประโยชน์งอกเงยคืน "เต็มจำนวนโดยไม่มีเงื่อนไข"

ขั้นตอนการรับเงิน:

  1. ลูกจ้างยื่นคำขอต่อพนักงานตรวจแรงงาน ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่/จังหวัด

  2. เงื่อนไขเวลาการจ่าย: ตามกฎหมายนายจ้างจะต้องนำส่งเงินงวดสุดท้ายภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปหลังจากที่คุณออก (เช่น ออกวันที่ 5 ของเดือนนี้ นายจ้างต้องส่งเงินงวดสุดท้ายภายในวันที่ 15 ของเดือนหน้า) เมื่อเงินงวดสุดท้ายเข้าสู่ระบบแล้ว เจ้าหน้าที่จึงจะอนุมัติจ่ายเงินให้คุณได้

  3. ช่องทางการรับเงิน: เลือกรับได้ 3 ทาง คือ ผ่านระบบ e-payment, จ่ายเป็นเช็ค หรือจ่ายผ่านบัญชีธนาคารที่ลงทะเบียนไว้ (เช่น สำนาหน้าสมุดบัญชีธนาคาร สำหรับรับเงินผ่าน KTB Corporate Online)

    แบบฟอร์มกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

    ดาวน์โหลดไฟล์: สกล3.
    ดาวน์โหลดไฟล์:สกล.3-1.
    ดาวน์โหลดไฟล์: สกล5

FAQ: เกร็ดความรู้อื่น ๆ ที่ต้องจำ

  • ถ้าข้อมูลลูกจ้างเปลี่ยนหรือกรอกผิด? นายจ้างสามารถยื่นแบบฟอร์ม สกล.3/2 เพื่อแจ้งเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขข้อมูลคลาดเคลื่อนได้ ภายในวันที่ 15 ของเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลง (ไม่ต้องยื่นทุกเดือน ยื่นเฉพาะเมื่อมีข้อมูลเปลี่ยนเท่านั้น)

  • หากใบสำคัญ สกล.4 หรือ สกล.4/1 สูญหาย? ให้นายจ้างยื่นคำขอใบแทนหนังสือสำคัญได้ โดยทำตามขั้นตอนและใช้ช่องทางเดียวกันกับตอนลงทะเบียนครั้งแรกครับ

 89
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

เคยสงสัยไหมว่า เงินที่เราโดนหักเข้ากองทุนประกันสังคมไปทุกๆ เดือนเนี่ย นอกจากสิทธิรักษาพยาบาลยามเจ็บป่วยทั่วไปแล้ว มันเอาไปทำอะไรได้อีกบ้าง? หลายคนก้มหน้าก้มตาทำงานจนลืมไปว่า "เรามีสิทธิพิเศษ" ที่ซ่อนอยู่ ซึ่งถ้าไม่ใช้ก็น่าเสียดายสุดๆ วันนี้เราเลยมัดรวม 5 สิทธิประโยชน์ประกันสังคมที่คนทำงานมักมองข้าม มาให้เช็กกันชัดๆว่าปีนี้คุณใช้สิทธิเหล่านี้ไปแล้วหรือยัง?

สิทธิทำฟันประกันสังคม ปี 2569 อัพเดทใหม่เริ่ม 1 พฤษภาคม 2569 โดยเน้นเพิ่มวงเงินฟันปลอมและรากฟันเทียม ยังคงสิทธิ์พื้นฐาน ขูด-อุด-ถอน-ผ่าฟันคุด 900 บาท/ปี โดยไม่ต้องสำรองจ่ายเมื่อเข้ารับบริการกับสถานพยาบาลที่ทำ MOU เพิ่มการเบิกฟันปลอม 1,500 - 6,000 บาท (ทุก 5 ปี) และเพิ่มสิทธิผ่าฟันคุดแยกต่างหาก
การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นหน้าที่สำคัญที่ผู้มีรายได้ทุกคนต้องปฏิบัติอย่างถูกต้องและครบถ้วน เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายและเพื่อประโยชน์สูงสุดของ ในบทความนี้จะมาสรุปสิ่งที่ควรรู้ก่อนการยื่นภาษี เพื่อให้คุณสามารถยื่นภาษีได้อย่างถูกต้องและคุ้มค่าที่สุด ซึ่งกำหนดให้ยื่นแบบระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคมของปีถัดไป และถ้ายื่นทางออนไลน์ ปีนี้ยื่นได้ถึง 8 เมษายน 2569  
รูปแบบการประเมินผลงานและพฤติกรรมพนักงานที่ต่างกัน “ตามมุมมองของผู้ให้คะแน

ราชกิจจาฯ ประกาศให้แรงงานหญิงลาคลอด ประกาศ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฉบับแก้ไขใหม่ โดยมีผลบังคับใช้งานในวันที่  9/12/2025  มีการปรับเพิ่มเติมดังนี้

กฎหมายแรงงานไทยเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี เมื่อ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ถูกประกาศใช้ ส่งผลกระทบโดยตรงทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง มีสาระสำคัญดังนี้
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์