Site MapContact Us
Cart Buy Now or Call 0-2402-6117, 08-8258-3131
0-2402-8107, 08-8258-3535
Search

พัฒนาภาษาอังกฤษของบุคลากรอย่างไรให้ได้ผล?



       หลายบริษัทมีโยบายในการพัฒนาทักษะด้านภาษาให้กับบุคลากร โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ การจัดมีหลายรูปแบบมีทั้งเชิญอาจารย์มาสอนในบริษัทหลังเลิกงาน การรวมกลุ่มกันไปเรียนข้างนอก หรือในระดับผู้บริหารก็มีการเรียนแบบตัวต่อตัว ปัจจุบันนี้หลายบริษัทก้าวหน้าไปกว่านั้นคือ มีซอฟแวร์สำหรับการเรียนรู้ด้วยตัวเอง (Self Learning) ได้ผลบ้าง (บางคน) ไม่ได้ผลบ้าง (คนส่วนใหญ่)

       ผู้บริหารหลายๆคนก็เริ่มสนใจประเด็นการเรียนภาษาขึ้นมาเพราะมีความรู้สึกว่าบริษัทได้จ่ายเงินในเรื่องนี้ปีหนึ่งๆก็ไม่น้อย แต่ปัญหาด้านภาษาของบุคลากรก็ยังไม่หมดไป เพราะอะไร พอเจาะลึกลงไป หลายองค์กรจะพบปัญหาที่ไม่แตกต่างกันคือ คนเรียนกลุ่มเดิม ห้าปีที่แล้วกับปัจจุบันก็คนเรียนกลุ่มเดิม ในแต่ละปีก็จะเปลี่ยนแค่เพียงสถาบันสอนภาษา เปลี่ยนตัวอาจารย์ และเปลี่ยนตำราเรียน พอลงไปดูถึงเนื้อหา ก็ไม่แตกต่างกัน มักจะสอนกันตามหนังสือ จนผู้เรียนท่องจำได้แล้วว่าถ้าไปช๊อบปิ้งจะพูดว่าอะไรบ้าง ถ้าไปไปรษณีย์จะพูดว่าอะไรบ้าง รับโทรศัพท์จะพูดอะไรบ้าง แต่พอไปเจอสถานการณ์จริงในการทำงานไม่ว่าจะเป็นการประชุมกับชาวต่างชาติ การรับแขกเยี่ยมชมกิจการที่เป็นต่างชาติ โทรศัพท์ต่างประเทศที่โอเปอเรเตอร์โอนเข้ามากะทันหัน ภาษาที่เรียนมาหลายๆปีก็ยังใช้งานไม่ได้เสียที

       ปัญหาด้านภาษาเป็นปัญหาประจำตำแหน่งของลูกจ้างคนไทยที่จบการศึกษาจากนอก (เมือง) หรือจบการศึกษาจาก(บ้าน)นอก หลายองค์กรก็พยายามแล้วพยายามอีกที่จะเข็นให้บุคลากรที่มีคุณภาพมีฝีมือในการทำงานได้พัฒนาทักษะด้านภาษา แต่จนแล้วจนอีก(เพราะจ่ายเงินค่าเรียนภาษาไปเยอะ) ก็ยังไม่ดีขึ้นสักที จนทำให้บางบริษัทโดยเฉพาะบริษัทใหม่ๆ ที่เป็นบริษัทข้ามชาติ (ไม่ใช่ชาตินี้ไปชาติหน้านะครับ) ต้องตัดปัญหาเสียตั้งแต่การคัดเลือกบุคลากรเข้าทำงาน ใครภาษาไม่ดี....ไม่รับ ก็คงพอทำได้กับบางบริษัทที่สามารถจ่ายค่าตัวแพงๆได้เท่านั้นนะครับ

       และปัญหาหนึ่งที่อาจจะเกิดตามมาคือได้แต่คนที่ภาษาดี....แต่ทำงานไม่ได้(เรื่อง) เพราะคนเก่งๆหลายคนจะถูดคัดออกไปตั้งแต่เรื่องภาษาแล้ว เพราะฉะนั้นกลุ่มคนที่เหลืออยู่ก็จะเป็นคนส่วนน้อยในสังคมหรือวิชาชีพนั้นๆ คนที่เก่งภาษาและจบการศึกษาจากเมืองนอกจริงๆมาก็เหลือน้อยเพราะส่วนใหญ่เป็นลูกคนรวย ทำงานสักปีสองปีพอมีประสบการณ์ที่บ้านก็เรียกกลับไปช่วยดูแลกิจการ ดังนั้น ถึงแม้การศึกษาจะเจริญก้าวหน้าเพียงใด ปัญหานี้ก็คงจะอยู่กับองค์กรในบ้านเราไปอีกนานในเมื่อเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาเรื่องการพัฒนาภาษาให้กับบุคลากรในองค์กรได้ และวิธีการเดิมๆที่ใช้กันมานับสิบปีนั้น ได้ผลยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ผมเลยอยากจะเสนอแนวทางการพัฒนาทักษะด้านภาษาดังนี้

       • เรียนในเรื่องที่ใกล้ตัว อย่าเรียนมาก อย่าเรียนกว้าง ถ้าจะให้เรียนให้ได้ผลต้องเรียนภาษาที่เกี่ยวข้องกับงานที่ทำ เกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่สนใจ จะทำให้ผู้เรียนไม่เบื่อ แต่ถ้าผมชอบดูฟุตบอล แต่พอเข้าห้องเรียนภาษาอังกฤษอาจารย์ให้พูดแต่เรื่องรับโทรศัพท์ การท่องเที่ยว ผมก็จะเบื่อ การเรียนเรื่องใกลตัวนอกจากจะทำให้ผู้เรียนเบื่อแล้ว แถมยังไม่มีโอกาสนำไปใช้งานอีก อย่างนี้ก็เปล่าประโยชน์

       • เลือกวิธีการเรียนที่เหมาะสมสมัยนี้มีรูปแบบการเรียนภาษาให้เลือกมากมาย เช่น การเรียนตัวต่อตัวคุณจะเลือกเรียนที่บ้านหรือที่ไหนก็ได้ เวลาไหนก็ได้ อาจารย์แบบนี้ก็มีเยอะ การเรียนทางอีเมล ทุกครั้งที่ส่งอีเมลที่ไม่ใช่ความลับ ก็สามารถส่งไปให้อาจารย์ช่วยดูให้ได้ว่าเขียนถูกต้องหรือไม่ แล้วอาจารย์ก็จะส่งกลับมาให้ เดี๋ยวนี้ใครไม่มีเวลาเพราะมัวแต่ติดอยู่ในรถที่ติดอยู่บนถนนอีกทีหนึ่งก็สามารถเรียนทางโทรศัพท์ได้ และเรียนได้ทุกวันทุกที่ เราจะโทรเข้าไปตอนไหนก็ได้มีอาจารย์คอยแนะนำเราอยู่ตลอดเวลา นึกศัพท์อะไรไม่ได้ เช่น กำลังรอแขกอยู่ที่ดอนเมือง ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ก็โทรเข้าไปหาอาจารย์ได้ เห็นมั้ยครับว่าสมัยนี้การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเขาพัฒนาไปมากแล้วเหมือนกัน ทำไมเราต้องมียึดติดอยู่กับรูปแบบเดิมๆ ที่ไม่ได้ผลเหมือนเดิมอีกต่อไปละครับ

       • ฝึกบ่อยๆการเรียนภาษาคงไม่แตกต่างอะไรไปจากการเรียนขับจักรยาน ไวยากรณ์ ศัพท์ สำนวน ท่องจำได้เพียงไม่กี่นาที แต่จะเอาไปใช้อย่างไรนี่ซิเรื่องใหญ่ เหมือนกับเรารู้ว่าจักรยานเขาขับกันอย่างไร แต่เวลาขึ้นไปนั่งจริงๆ แล้ว มันจะไปอย่างไร นั่นคือเรื่องใหญ่ แต่ถ้าเราขับเป็นแล้ว ค่อยมีแก้ไขเพิ่มเติมเทคนิคการขับขี่ก็จะดีกว่า เพราะถ้าเราขับเป็นแล้ว เราอยากจะขับให้เก่งขึ้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่มันจะยากตรงที่กว่าจะขับเป็นหรือพูดได้นะแหละครับ

       • ไม่บังคับให้เรียน แต่ถือเป็นผลงานสิ่งที่ผมอยากให้แต่ละองค์กรเปลี่ยนคือ อย่าไปบังคับให้คนเรียน เพราะการบังคับเรียนเราจะได้เฉพาะเวลาเรียนหรือคะแนนสอบ แต่เราไม่ได้ใจผู้เรียน พอกลับถึงบ้านก็โยนหนังสือ จะเก็บมาอีกครั้งก็ตอนเรียน เวลาสอบก็ทำทุกวิถีทางเพื่อให้สอบผ่าน เพราะบางบริษัทกำหนดไว้ว่าถ้าสอบไม่ผ่านจะต้องจ่ายเงินเอง ผมอยากให้ประกาศให้ทราบเลยครับว่า ถ้าใครมีระดับภาษาดีขึ้นเท่านั้นเท่านี้จะมีรางวัลให้ เช่น คะแนนการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี เงินค่าภาษาปีไหนสอบได้ก็ได้ ปีไหนสอบตกก็อด

       • ไม่ต้องจัดให้เรียน แต่จัดกิจกรรมให้ฝึกเรามักจะเน้นการเรียนมากเกินไป แต่ไม่ได้ใช้ เหมือนกับการฝึกอบรมทั่วๆไปในองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการจัดให้มีการฝึกอบรม ปีๆหนึ่งฝึกอบรมกันเยอะมาก แต่ไม่มีเวลานำเอาความรู้ไปใช้เลย ภาษาก็เช่นเดียวกัน สิ่งที่ต้องเน้นมากๆคือการฝึก เราอาจจะไม่มีการเรียนการสอน แต่ทุกเดือนจะมีอาจารย์จะเข้ามาประจำเพื่อให้ทุกคนได้ฝึกพูด ฟัง อ่าน เขียน หรือจัดตั้งเป็นชมรมภาษาอังกฤษและจัดกิจกรรมต่างๆ ให้สมาชิกได้มีโอกาสใช้ภาษากันมากขึ้น จัดให้มีวันฝึกภาษาอังกฤษภายในหน่วยงาน เช่น ทุกวันศุกร์บ่ายเป็นชั่วโมงการทำงานเป็นภาษาอังกฤษ ฯลฯ

       นอกจากตัวอย่างแนวทางที่ผมได้เสนอมาแล้วนั้น ผมคิดว่าท่านผู้อ่านเองก็คงจะมีวิธีการอีกหลายอย่างที่สามารถพัฒนาทักษะด้านภาษาของคนในองค์กรได้ และปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่จะช่วยให้ทักษะด้านภาษาของบุคลากรดีขึ้นคือ การสนับสนุนและส่งเสริมอย่างจริงจังจากองค์กร การสร้างบรรยากาศและวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อการพัฒนาภาษาของบุคลากร ไม่ใช่ปล่อยให้การพัฒนาเป็นไปตามยถากรรม เราต้องเปลี่ยนทัศนคติของคนให้รู้สึกว่าภาษาเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญในชีวิตทั้งในการทำงานและชีวิตส่วนตัว



บทความโดย : Peoplevalue
ประกาศบทความโดย : www.prosofthrmi.com

Knowledge
People Management